วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

At Osotspa, in Ayudhya with the Mexicans


โอ๊ลา
วันนี้ขอเริ่มต้นด้วยการทักทายแบบสเปนๆ
เพราะอยู่กับกลุ่มเม็กซิโกมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว
ในหัวมีแต่เสียงภาษาสเปนรัวๆ เร็วๆ

ช่วงนี้ทำงานมีความสุขขึ้นค่ะ
เพราะได้ทำในสิ่งที่ชอบแล้วก็ถนัด
มากกว่าไอ้ตารางค่าใช้จ่ายเฮงซวยนั่นเยอะ
วันนี้กลุ่มเมคิโก (Mexico - ออกเสียงตามเขาอ่ะ)
จะไปเยี่ยมชมโรงงานโอสถสภาและอยุธยากันค่ะ
นราแหกขี้ตาตื่นตั้งกะตีห้าอีกแล้ววว


ตอนขาออกจากโรงแรมก็ร่าเริงกันดีอยู่หรอก
หลังๆ ค่อยๆเงียบเสียงลง
พอรถตู้วิ่งผ่านม.กรุงเทพ รังสิต เราก็กะจะพรีเซนต์ซะหน่อย
หันกลับไป อ้าว เฝ้าพระอินทร์กันหมดแล้วนี่หว่า ฮ่วย
นราก็ง่วงนะ แต่หลับไม่ได้
เพราะต้องช่วยคนขับรถดูแผนที่
ต่างคนต่างก็ไม่เคยมา ดีนะเนี่ยไม่หลงไปสุพรรณฯ
อาจได้ขนมสาลี่กลับมาแทน
..........................

แต่ในที่สุดก็ไปถึงจนได้อ่ะนะ
โอสถสภา เป็นโรงงานใหญ่โตมโหฬาร หลังคาฟ้าๆเห็นแต่ไกล เลยไม่หลง
วันนี้จะเป็นการบรรยายประวัติของโอสถสภา (เต๊กเฮงหยู) และกลยุทธทางธุรกิจ
กับเดินชมโรงงานนิดหน่อย

ตั้งใจเรียนกันดีค่ะ
ถามคำถามเป็นระยะๆ


พอเขาบรรยายจบแล้ว
นราก็ต้องไปมอบของขวัญให้ในฐานะที่เป็นตัวแทนจากมหาลัย
เป็นตัวแทนที่แขนใหญ่มากค่ะ


ทางโอสถสภามีขนมเลี้ยงด้วย
แถมแจกเอ็มร้อยห้าสิบมาคนละขวด
เชื่อหรือไม่ ว่าเอ็มร้อยฯคือเครื่องดื่มชูกำลังที่รสชาติดีที่สุดในประเทศไทย
จากการทดสอบและวิจัยแบบ Blind Test
รู้หรือไม่ ว่าเครื่องดื่มชูกำลังขวดแรกเกิดที่ญี่ปุ่น
และประเทศไทยคือประเทศที่ดื่มเครื่องดื่มชนิดนี้ มากที่สุด
คือเฉลี่ยคนละสามสิบสองขวด
วันนี้ได้รู้อะไรที่ไม่เคยรู้มาก่อนเหมือนกัน


ในโรงงานเขาไม่อนุญาตให้ชักภาพค่ะ
เลยได้แต่ถ่ายภาพหมู่ตอนออกมาแล้ว
โดยมีลังลิโพฯเป็นฉากหลัง
ทายสิ นราอยู่ไหนเอ่ย?
หาเจอมีรางวัลนะจะบอกให้ ฮ่าๆ


หมดช่วงเช้า ก็พาเขาไปทานข้าวเที่ยงที่บิ๊กซีแถวนั้น
ก่อนจะไปตะลุยอยุธยาต่อ
บางคนไปกินเอ็มเค
ตอนแรกแปลกใจว่ากินกันเป็นหรือ
มารู้ทีหลังว่า มีคนนึงเคยไปกินแบบนี้ที่จีนมาแล้ว
จึงสามารถพาเพื่อนไปกินเองได้ โดยไม่ต้องเรียกเราไปแปลให้แต่อย่างใด

บางคนไปเคเอฟซี
คุณเอ๋ย ใครจะไปจินตนาการว่าแค่แปลเมนูอาหารมันจะเหนื่อยขนาดนี้
คนนี้จะเอาอย่างนั้น คนนั้นจะเอาอย่างนี้
นี่อะไร นั่นอะไร หมูหรือไก่ เผ็ดไหม
เอานักเก็ตยี่สิบชิ้นได้ป่าว มันบดล่ะ เหมือนของอเมริกามั้ย
กรูจะไปรู้เหรอ เคยไปแต่ฮ่องกง!!!
กว่าจะช่วยหมดห้าคน นรา หมดแรงพอดี

หม่ำไอสะติมกันเป็นของหวาน
จากซ้ายไปขวา: ลิเวีย เตเร นาร่า และมอนซี (ชื่อจริงเธอชื่อมอนเซอรัต เห็นแล้วนึกถึงชื่อไทย มลศรัตน์ ขึ้นมาทันที)


ถึงแล้ว อยุธยา เมืองเก่าของเราแต่ก่อน
มาเป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย ตื่นเต้นไปกับเขาด้วย
ไม่คิดว่ามันจะใหญ่ขนาดนี้เลย อู้ว้าว
เห็นแล้วก็นึกว่า เออ บรรพบุรุษเราเมื่อก่อนเคยเดิน เคยอาศัยในนี้
ไม่น่าเชื่อเลย ว่ามีประวัติศาสตร์หลายอย่างเกิดขึ้นที่นี่เมื่อนานนมมาแล้ว

วันนี้ฟ้าใส แดดเปรี้ยงดีค่ะ


ไอ้พวกนี้นะ บางทีก็ไม่เข้าใจมันเลย
ทุกคนทราบใช่ไหมคะ ว่าที่เคเอฟซีเนี่ย จะมีเหยือกน้ำให้คุณไปเทใส่แก้วเองได้ตามใจ
คุณๆเหล่านี้จะกลัวน้ำที่ไม่ได้มาในขวดมาก ไม่ยอมกิน
นัยว่ากลัวท้องเสีย ไดอะเรีย ปรู้ดๆ
แต่ตอนไปอยุธยา ซื้อไอติมกะทิมาเลียเล่นได้สบายใจ
เอ้อ เจ๊ไม่เข้าใจมาตรฐานสุขภาพเฮียแกเลย


อุ๊ย นี่ช็อตเด็ดต้องขยาย
นรายืนถ่ายรูปอยู่คนเดียว ตายักษ์นี่ก็ดุ่มๆเข้ามา
โอบมือ แหมะ ไว้บนไหล่ ไอขอถ่ายด้วยเด่ะ
ตกใจเล็กน้อย แต่เข้าใจว่ามันเป็นวัฒนธรรมเขา
เหมือนเป็นท่าบังคับที่ทุกคนต้องเรียนตอนไฮสกูล โอบไหล่101 อ่ะนะคะ
ไม่เชื่อไปถ่ายรูปกับเพื่อนฝรั่งดูก็ได้
ร้อยทั้งร้อย ไม่โอบเอว ก็โอบไหล่ เหอะ เหอะ

สำหรับคนที่คิดจะขู่นราว่า
"อุ๊บ ฝรั่งโอบ เดี๋ยวฟ้องแฟนนรา"
ไม่เป็นไรนะคะ นราแจ้งให้เขาทราบแล้วค่ะ ฮ่าๆ


แต่โอบไหล่นี่ ยังถือว่าธรรมดาเมื่อเทียบกับวันแรกที่เจอกัน
วันที่จะไปวัดพระแก้ว นราไปนั่งรอเขาที่โรงแรม ก็คุยกับอาจารย์เขาไป
ทีนี้ ก็มีหนุ่มลงมาสามคน เขาก็เข้าไปทักทายอาจารย์
ด้วยการเอาแก้มแนบแก้ม
นราก็ลุกขึ้นยืน เช็ดมือ เตรียมเชคแฮนด์เต็มที่
โอ้โห ตั้งตัวแทบไม่ทัน
เฮียคว้ามือได้ปั๊บ
เฮียดึงมือและตัวเราเข้าไปพร้อมกัน
แล้วเฮียก็เอาแก้มมาถูแก้มเรา พร้อมด้วยเสียง จ๊วบ ที่ข้างหูหนึ่งที
ทั้งหมดสามคน สามรอบ
นราใบ้แดกไปพักนึง ก่อนตั้งสติเป็นเจ้าภาพที่ดีต่อไป
ทุกวันนี้ สัมผัสของหนวดเคราที่ไม่ได้โกนของอัลเฟรโด้และเซซาร์
และหนวดเคราเฟิ้มๆของแบงจามิน
ยังตรึงอยู่ในความทรงจำนราอยู่เลย บรึ๋ยยย
.......................

นินทาเยอะละ กลับมาเรื่องอยุธยาต่อ
ตานี่ เห็นคนไทยข้างหน้าเขย่าเซียมซี กะแช้กๆๆ
ก็บังเกิดความสนใจเป็นอย่างยิ่ง หันมาถามว่า นั่นคืออะไร
นราก็อธิบายว่า อ๋อ มันเอาไว้ทำนายดวง
ยูก็เขย่าๆ จนกว่าไม้มันจะหล่นมาอันนึง
แล้วยูก็เอาเลขบนไม้นั่นไปแลกกระดาษทำนายดวง


ปัญหาที่พบคือ คุณๆเหล่านี้จะเขย่าเซียมซีเหมือนเกรงใจ
เขย่าในแนวตั้งเก้าสิบองศา ชาตินึงก็ไม่หล่นหรอกเพ่
นราบอกว่า เออ เขย่าแรงๆก็ได้ เอียงๆหน่อยก็ดี
แล้วก็...ซ่าาาาา
หกออกมาหมดเลย ฮ่าาา
น่ารักมาก เขาหันมาทำหน้าเขินแล้วบอกว่า
"อ่า มันออกมาหมดเลย แล้วไอจะทำไงดี เอาไปแลกหมดนี่เลยเหรอ"
......................

แดเนียล หนุ่มผู้อยากรู้อยากเห็น
คือเฮียแกสนใจอยากทำบุญถวายผ้าห่มองค์พระ
เอ้า นราก็แปลๆๆ เฮียก็ไปจ่ายตังค์ รับพานใส่ผ้ามา
หารู้ไม่ว่าต้องท่องบทสวดถวายผ้าให้พระด้วย
โอ๊ย ทั้งฮา ทั้งน่ารัก
เราคนไทยยังท่องภาษาบาลีไม่ค่อยจะถูกเลย
พ่อหนุ่มนี่ก็ตะกุกตะกัก ถูกบ้างผิดบ้างตามลุงเจ้าหน้าที่ไป
น่ารักค่ะ น่ารักๆ


ก่อนออกจากวัด นราก็สอยกระเป๋ามาสองใบ
ใบละร้อยอ่ะ สองใบต่อได้ร้อยเก้าสิบ
มันเป็นกระเป๋าแบบที่ขายตามมาบุญครองใบละสองร้อย
ทรงคล้ายๆฟักทอง ตูดป่องๆ สะพายไหล่
สีม่วงของเรา สีดำของมาม้า

หลังจากนั้นก็มาต่อกันที่ปางช้าง
ใครจำข่าวที่มีคนทาสีช้างเป็นแพนด้าได้มั่ง
นี่เลย เจ้าช้างน้อยตัวนี้เลย เหยื่ออารมณ์ ก๊ากกก
สังเกตดูดีๆ จะเห็นตายังเป็นวงดำๆอยู่เลยอ่ะ


ช้างน่ารักอ่ะนะ แต่ปางช้างเหม็นง่ะ
อบอวลตลบไปทั่วลานช้างเลย กลิ่นลาเวนเดอร์เนี่ย
แต่ไม่เห็นฝรั่งบ่นนะ สงสัยชอบ
ไว้นราจะสกัดน้ำมันหอมกลิ่นช้างเน่าไปขายฝรั่ง
อืมมม รวยๆ
........................

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากคณะนศ.เม็กซิโกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
1. คนเม็กซิโกไม่จำเป็นต้องนอน: พวกนี้ปาร์ตี้หนักมาก กล่าวคือ เรียนแปดโมงครึ่งถึงสามโมงครึ่ง กลับโรงแรม หกโมงออกไปเที่ยวคลับ กลับโรงแรมตีสี่ เจ็ดโมงเตรียมตัวมาเรียน ไม่น่าเชื่อแต่มันคือเรื่องจริง ท่านอาจจะแย้งว่า โด่ย คนไทยตั้งเยอะก็ทำอย่างนั้นได้ แต่จุดที่ไม่เหมือนกันคือ แม้จะเมาค้างและง่วงนอน ชาวเม็กซิกันเหล่านี้ก็ยังมาเรียน และไม่หลับในห้องเรียนด้วย

2. การเรียนในชั้นเรียนแตกต่างจากเด็กไทยโดยสิ้นเชิง เด็กไทยจะตั้งหน้าฟังสิ่งที่อาจารย์พูด จด และเมื่อหมดคาบหลังประโยคยอดฮิตของอาจารย์ "มีคำถามอะไรไหม" ก็จะเงียบกริบราวป่าช้าร้าง แต่สำหรับเด็กเม็กซิกันแล้ว เขาจะถามทันทีที่สงสัย เรียนมาแล้วประมาณหกวิชา ยังไม่มีวิชาไหนที่ไม่มีคนยกมือถามเลยสักกะที บางทีถามจนกลายเป็นการ Discuss ไปเลย

3. ยึดติดกับสิทธิที่สมควรจะได้รับอย่างยิ่ง และทำอะไรตามใจอยู่เล็กน้อย เช่น นึกอยากจะดวดเบียร์ในรถตู้ ก็บอกให้จอดตรงเซเว่น อ่ะไอ้เราก็ตามใจ ผ่านไปแป๊บนึง เฮ้ย มันเอาอีกแล้ว เบียร์หมดๆ จอดหน่อยๆ ต้องบอกให้อาจารย์เขาลงไปจัดการ เพราะเราเอาไม่อยู่ เขาจะพูดแต่ว่า ไม่เป็นไรหรอกน่า นิดนึงนะๆ
...........................

ใบตองจ้า
นรายังไม่ได้เล่นซิมสามเลยอ่ะ
มีแผ่น(ผี) แต่ลงแล้วเล่นไม่ได้
ใบตองเล่นยัง สนุกมั้ย

หมูหวาน
ยินดีด้วยที่กลับมาแล้ว มีของฝากป่ะ
ว่างๆไปตระเวนกินกันเหอะ



3 ความคิดเห็น:

  1. จ้องรูปนราไปหนึ่งรอบ...
    อยู่หลังปู้จายเม็กซิกันคนนั้นใช่บ่...
    หวานจ้องอยู่นานมากๆๆกว่าจะเห็น
    เพราะจ้องยังไง๊....ก็เห็นแต่หัว(เหม่ง)ของนรานิดๆ - -"

    กลับมาแล้วไปหาไรกินกันเหอะ
    หวานโคดอยากออกไปหาไรกินกับเพื่อนเลย...
    ตอนนีหวานว่าง ถึงว่างมาก (ซึ่งทำให้เซ็งมากเหมือนกัน)
    ของฝากนรามีนะ หวานจะพยายามรักษามันถึงวันที่เราได้เจอกัน
    เพราะว่าจัดห้องใหม่ทีไร...ของหวานมันมักจะหายไปทีละอันสองอัน..
    สาธุกันเลยทีเดียว ว่ามันจะไม่หายก่อนเวลาเจอเพื่อน -*-
    (เหตุที่

    ตอบลบ
  2. หาไม่เจอง่ะ งุงิๆ แปลว่าอะไรอ่า
    นราคะ สั่งอาหารมันเป็นปัญหามากค่ะ ถ้าอ่านไม่ออก
    ยิ่งร้านหรูๆมันจะไม่ตั้งแบบ ไก่ทอด หมูย่างอะไรให้เราอ่าน ให้เราสั่งได้ง่ายๆ มันจะตั้งชื่อ ไก่วิงค์แซ่บเผ็ดจี๊ด หมูย่างสวรรค์เหาะ อะไรของมันเนี่ยแหละ เข้าใจๆๆ
    อย่าเป็นไข้หวัดสองพันเก้านะ นี่แนนจะกลับแล้ว กลัวติดมากๆเลยเนี่ย ฮ่า

    ตอบลบ
  3. ฮาตอนที่นราโดนแนบแก้ม
    เล่าซะเห็นภาพ ได้ฟีลลิ่งเลยนะคะ
    ซิมสามเราเล่นแล้ว ก็สนุกดี
    แต่ว่ารายละเอียดเยอะกว่าเดิม
    เราเสียใจที่ซื้อแผ่นแท้ เพราะว่าซื้อมาวันเดียว
    เอามาอวดเพื่อน
    เพื่อนบอกว่า โหลดจากเน็ทมาเรียบร้อยแล้ว ฟรี ฟรี ฟรี
    เสียใจจังค่ะนรา

    คุณช้างน่าร้ากกกก

    ตอบลบ