ไม่สบาย
เมื่อวานไปส่งเพื่อนกลับอเมริกาที่สถานีรถไฟ ขากลับกับเพื่อนคนเยอรมัน พากันเดินหลงอยู่ในเมือง หนาวจะตายห่าน ไอ้เราก็คิดว่ามันเคยเดินมาแล้วต้องรู้ทางแน่ ปรากฏเขาก็จำไม่ได้เหมือนกัน กลับมาถึงห้องตอนตีห้าครึ่ง เช้านี้ตื่นมาไข้รับประทานเล็กน้อย
อัพเดทเรื่องอากาศ ตอนนี้อุ่นขึ้นแล้ว อยู่ที่ประมาณศูนย์ถึงลบหนึ่งองศา(ฝรั่งเขาว่าอุ่นแล้ว) หิมะเริ่มละลายแล้วก็ลื่นมาก เมื่อวานไปเล่นหิมะมา ปั้นอิกลูสองหลัง อิอิ ตอนเล่นน่ะอุ่นเพราะมันต้องเดินต้องออกแรง แต่พอเล่นเสร็จแล้วดันหนาวจับใจเพราะกางเกงเปียก
..................
เมื่อวันจันทร์ไปพิพิธภัณฑ์รถไฟมาค่ะ อยู่ในเมือง
ไปกันสี่คน มีนรา แดน(ผู้ซึ่งเพิ่งกลับเมกาไป) เทเรซ่าสาวสิงคโปร์ และมอริทซ์คนเยอรมัน พิพิธภัณฑ์ใหญ่เหมือนกัน ไม่เสียค่าเข้าชมด้วย แต่เดินจากมหาลัยไปไกลเหมือนกันนะ
เขารวมหัวรถจักรแบบต่างๆไว้เยอะเลย ตั้งแต่รถไฟเล็กๆที่เอาไว้ใช้ก่อสร้างทางรถไฟ จนถึงรถไฟไอน้ำคันโตๆที่ใช้ตั้งแต่ปี 1680 ถึงปัจจุบัน หัวรถจักรที่ใหญ่ที่สุดอยู่กลางโถงหลัก (ในรูปที่กลางแถวซ้ายมือน่ะ) ไม่แน่ใจว่าใช่คันที่ชื่อ Flying Scotman หรือเปล่านะ มันเป็นรถไฟที่ทำสถิติวิ่งจากสายเหนือไปลอนดอนแบบนอนสตอปด้วยความเร็วสูงเป็นขบวนแรก มีคนมาอธิบายประวัติให้ฟัง ที่สำคัญ มันหมุนได้ หมุนให้คนดูดูทั่วๆ มีคุณป้าคนคุมคันโยกยืนโบกมือเหมือนนางสาวไทยเลย
อ่านไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก ศัพท์การช่างการรถไฟล้วนๆ แต่ดูๆก็พอจะเข้าใจนะว่าเอาถ่านใส่ตรงไหน ไอน้ำมาจากไหน พุ่งไปไหน เห็นไส้ในรถไฟขดๆยุบยับๆเต็มไปหมดแล้วไม่น่าเชื่อเลยว่าเป็นผลงานคนสร้าง ละเอียดสุดยอด
ชอบอันนี้จังมันเป็นเหมือนรถรางม้าลากค่ะ เอาม้าผูกแล้วลากรถนี่ไปตามราง
เป็นรถไครสเลอร์ ออกมาตีตลาดด้วยจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร น่าจะเป็นตัวถังแบบพิเศษ เนื้อเหล็กพิเศษ ที่นั่งออกแบบใหม่ เฉี่ยวเชียว แต่ขายไม่ออก ฮ่าาา ทำออกมาได้ไม่ถึงสิบปีก็เลิกผลิต นราส่องเข้าไปดูในรถ เห็นป้ายผูกกะพวงมาลัย "โน เบรก"
เด็กเปรตข้างๆ รถไฟมันไม่วิ่ง แม่งทุบตู้กระจกให้รถไฟวิ่ง ฟาย รถไฟนะไม่ใช่ปลาตู้
จากส่วนห้องโถงหลักหรือ main hall ก็เข้ามาดูส่วนโกดังหรือ warehouse กันค่ะ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นโกดังเก็บของ พวกของต่างๆจากรถไฟในอดีตที่เขาโละแล้ว มีตั้งแต่ป้ายสถานีเก่า เก้าอี้ กระจกสี ถ้วยชาม โถไวน์ ไปจนถึงโถส้วมลายดอกไม้ที่ใช้ในรถไฟเห็นรูปโต๊ะอาหารในภาพข้างล่างไหมคะ ฮะรูฮะราเหลือเกิน เขาว่ารถไฟอังกฤษได้สร้างชื่อเสียงอันดีเรื่องบริการอาหารบนรถไฟ เพื่อเป็นการบริการผู้โดยสารในยุคนั้นให้เต็มที่ จึงมีการแถมกรรไกรตัดองุ่นจากพวงแล้วก็คีมหนีบถั่วให้ด้วย โอ้ ไฮโซสุดๆ แค่ชามแค่จานบนโต๊ะนั่นก็มากกว่าที่นรามีใช้ที่อังกฤษนี่ตั้งเยอะละ
มีเครื่องพ่นกลิ่นให้เราได้รำลึกความหลังด้วย มีกลิ่นในครัว กลิ่นห้องแต่งตัวสุภาพสตรี ห้องเก็บสินค้า แต่ไปโยกแล้วไม่เห็นได้กลิ่นอะไรเลย
เดินกันนานเหมือนกัน ประมาณสองชั่วโมง นราไม่ค่อยรู้เรื่องเครื่องจักรหรือรถไฟก็เลยจำรายละเอียดอะไรไม่ค่อยได้เท่าไหร่ แต่รู้ว่าคิดถึงป๋ามาก ป๋าน่าจะมาดู ต้องชอบแน่ๆเลย สงสัยจะเดินทั้งวันไม่ยอมออกไปที่อื่นชัวร์.....................
การบ้าน ก็ยังไม่ถึงไหนเหมือนเดิม
แต่เมื่อวานไปหาหนังสือเพิ่มที่หอสมุดมาแล้ว นราจะพยายามค่ะ แม้มันจะเหนื่อยและน่าเบื่อก็ตาม เทอมหน้าจะงานหนักมากๆ เฮ้อ คิดแล้วเหนื่อยล่วงหน้าเลยเรา
ใกล้คริสต์มาสแล้ว มหาลัยโคตรเงียบ คนกลับบ้านกันหมด
โอ๊ย เหงาโว้ย


