วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

Now I Shall Fall on My Knees...


วันนี้ท้องฟ้าขมุกขมัวตั้งแต่เช้า เหมือนอารมณ์เราเลย
มืดหม่น หมองมัว และซึมเซา
บางทีเราก็ตอบไม่ได้ว่าทำไมอารมณ์ถึงดำดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดได้อย่างนี้
รู้แต่ว่าเหนื่อย เบื่อ ดูทุกอย่างมันเคว้งคว้างไม่มีจุดยึด
..............................

เราเดินมาบนเส้นทางนี้เพราะอะไร?
เพราะใคร?
เพื่อใคร?
นี่คือสิ่งที่ดีแล้วหรือ
ดีแล้วหรือเปล่า
อีกห้าปีต่อจากนี้
เราจะเป็นเหมือนตุ๊กตาหน้าหมูไขลานที่เดินเป็นวงกลมไปเรื่อยๆไม่จบสิ้น
ตามวงจรความฝันของคนที่รักและหวังดีต่อเราหรือเปล่า
....................................

เศรษฐกิจไม่ดี การเมืองแย่ คนตกงานเป็นร้อยเป็นพัน
ผลักดันให้เรามาอยู่ตรงนี้
เราไม่กลัวตกงาน เราไม่กลัวการเดินเตะฝุ่นหางาน
แต่มีหลายคนเขากลัวแทนเราเสียนี่
เราจะอกตัญญูไหมถ้าไม่ทำตามที่ผู้ใหญ่ที่มีพระคุณอยากให้ทำ อยากให้เป็น
เราจะเป็นเด็กเนรคุณหรือเปล่า
เวลาพ่อแม่ยิ้มแย้มอย่างภาคภูมิใจว่าลูกสาวเป็นอาจารย์ทุน
เราควรจะรู้สึกดีว่าได้ทำให้พ่อแม่มีความสุขสมหวังใช่ไหม
.
.
ไม่ใช่หน้าชื่นอกตรมแบบนี้
.....................................

ขอโทษด้วยค่ะที่วันนี้มาแบบเศร้าๆ
แต่ก็ไม่ไหวจริงๆ
เหมือนเวลาที่จะต้องเป็น "สิ่งที่คุณก็รู้ว่าอะไร" มันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
สัปดาห์ที่สามของเดือน นราต้องเข้าอบรมอาจารย์ใหม่แล้ว และต้องสอบสอนด้วย
มันไม่ใช่อาชีพที่เลวร้าย เป็นอะไรที่มีเกียรติมาก
แต่มันไม่ใช่นรา นราทำได้
แต่มันไม่ใช่นรา

ทำไมคนเราถึงต้องจบนอกให้คนไทยด้วยกันยอมรับว่าดี
ทำไมคนที่ไม่เคยเห็นนราเรียนหนังสือเลยถึงมาบอกว่านราเป็นคนวิชาการ
(แสดงว่าไม่เคยเห็นตอนโดดไปเล่นเกมละซิท่า ถ้าเขามาอ่านตอนนี้มีหวังโกรธไฟลุกแหงๆ ฮ่าๆ)
ทำไมเราต้องสานฝันของคนอื่นด้วย
........................................

เพื่อเป็นการไถ่โทษที่ทำให้ต้องมาอ่านเรื่องศาลาคนเศร้า
วันนี้มีเมนูประหลาดมาฝากค่ะ
ตอนเดินกลับบ้าน ไม่รู้คิดไร
อยากทานมะเขือยาวทอดขึ้นมา เลยแวะซื้อ
กับผักบุ้งกำนึง เหี่ยวๆแล้วเพราะซื้อตอนเย็น


ในหนังสือเรื่อง Bella Tuscany โดย ฟรานซิส เมเยส
เขาพูดถึงอาหารอย่างหนึ่งของชาวใต้ที่น่าทานมาก คือมะเขือเทศทอด
หั่นมะเขือเทศ จะแดงหรือเขียวก็ได้ตามชอบ ให้หนาสักครึ่งนิ้ว
ชุบแป้งบางๆ แล้วเอาไปทอด กินกับครีมและข้าวโพด
น่าอย่อยยยย
แต่นราไม่ชอบมะเขือเทศ เอามะเขือยาวมาก่อนแล้วกัน
ส่วนแป้งก็ไม่ต้อง เพราะขี้เกียจล้างชามเขลอะๆ ใช้ไข่นี่แหละง่ายดี

หั่นมะเขือยาวเป็นแว่นๆ ไม่หนาไม่บางเกินไปค่ะ
เลือกมะเขืออ่อนๆนะ ถ้าแก่แล้วเม็ดมันขม เนื้อมันจะซ่าๆด้วย


ทีนี้นราก็ตีไข่ ปรุงรสไข่ด้วยซีอิ๊ว กระเทียม และพริกไทย
ตั้งกะทะร้อนๆ น้ำมันท่วมๆหน่อย รอให้ร้อนค่ะ
พอร้อนจัด (อย่าให้ไฟลุกล่ะ) ก็เอามะเขือที่ชุบไข่ไว้แล้ว หย่อนลงไปทีละชิ้น
กลับไปมาอย่าให้ไหม้
น้ำมันต้องร้อนจัดนะคะ แบบหย่อนลงไปแล้วก็ฟูเลย
ไม่งั้นไข่ด้าน จะอมน้ำมัน (ไปมากกว่านี้)
แล้วก็จะรสชาติเหมือนไข่เจียวธรรมดา

แจ่นแจ๊น เสร็จแล้ว
ไข่มันจะเป็นฟูๆบางๆกรอบๆค่ะ


ไข่นราชุบไม่หนามาก พอเคลือบกรอบๆค่ะ
ส่วนมะเขือยาวนะ หูยยยย อย่าให้เซด
เนื้อแทบจะละลายเป็นครีมเลยอ่ะ หวานด้วย
ตรงที่เป็นเม็ดก็กุบๆหน่อย พอไหวค่ะ

คราวหน้าจะลองทำมะเขือม่วงทอดมั่ง

อวดแมวซักหนึ่งช็อตก่อนจาก


น้องหน้าวัว To Go ฮ่าๆๆ
เพราะขี้เหร่เลยโดนแกล้งอยู่เรื่อย
ตอนนี้ตั้งตัวเป็นเจ้าแม่ไล่กัดชาวบ้านเขาบ้างละ
...............................

ขอบคุณทุกๆคนที่เป็นกำลังใจให้นรานะ
อยากเจอเพื่อนๆทุกคนเลยจ้าาา

วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

Dear Passport

ช่วยด้วย
มดเข้าไปทำรังในโน้ทบุ๊กง่ะ
เดินสวนสนามกันตั้งแต่เช้าแล้ว
เอาไดรเป่าผมเป่าแล้ว ไม่รู้จะได้ผลไหม
.......................

วันนี้ไปทำพาสปอร์ตใหม่กับปาป๊ามาค่ะ
ที่สำนักงานหนังสือเดินทาง เซ็นทรัลซิตี้บางนา ชั้นบีหนึ่ง
ไปถึงก็เกือบเที่ยงแล้ว
กว่าจะวนหาที่จอด กว่าจะเดินหาสำนักงาน
ที่อยู่ในเขตลึกลับประหนึ่งเมืองลับแลเจอ ก็เที่ยงพอดี
พอไปถึงปั๊บก็เจอแบบนี้


สำนักงานหนังสือเดินทางหรือสถานีรถไฟหัวลำโพงฟะเนี่ย
นี่ยังดีนะไม่มีคนลงไปนั่งที่พื้น ไม่งั้นละใช่เลย
คนแน่นมากๆ นราได้คิวที่เจ็ดร้อยกว่าๆ
ตอนรับบัตรคิว วัดส่วนสูง กรอกเอกสารเรียบร้อย
คิวยังแหง็กอยู่ที่ห้าร้อยยี่สิบอยู่เลย

ใครที่จะไปทำพาสปอร์ตนะคะ
กรุณาเตรียมบัตรประชาชน และพาสปอร์ตเล่มเก่าไปด้วยถ้ามี
เพราะตอนนี้เขายกเลิกการต่ออายุแล้ว
ทำใหม่อย่างเดียวเท่านั้นค่ะ
และที่สำคัญ อย่าลืมปากกา สำคัญมากๆ
ถ้าไม่อยากไปเบียดเสียดแย่งปากกากันใช้กับคนอื่น
ที่สำนักงานก็มีปากกาขาย แต่แท่งละตั้งสิบบาท
(ที่เราก็ซื้อ เพราะตัวเองก็ไม่ได้เอาปากกาไป แฮะๆ)
มีบริการถ่ายเอกสารด้วย แต่นราว่าเพื่อความสะดวกสบาย
ทำไปให้พร้อมดีกว่าค่ะ

ถ่ายกับปาป๊าระหว่างนั่งรอ เบื๊อเบื่อ
ใส่สีชมพูมา เพราะหนูแนนบอกว่าสีขาวถ่ายออกมาแล้วไม่สวย


นั่งรอนานมาก คุยกันจนไม่มีเรื่องอะไรจะคุยแล้ว
ง่วง แต่จะงีบก็ไม่ได้ เพราะเดี๋ยวเค้าเรียกแล้วเราไม่ได้ยินจะซวยเอา
คนเยอะมาก แล้วเก้าอี้มันเป็นแบบม้านั่งแถวยาวๆ
ก็ไม่รู้เป็นอะไรกัน นั่งแต่ตรงริมๆ ไม่ยอมเขยิบเข้าไป
คนอื่นจะเข้าก็เข้าไม่ได้ ต้องคืบข้างเข้าไปแบบปู เหมือนตอนจะลุกไปเข้าห้องน้ำตอนดูหนัง

เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง แล้วก็สองชั่วโมง
โคตรทรมาน
หนังสือก็ไม่มีอ่าน เอ็มพีสามก็ไม่ได้เอามา
นั่งมองหมายเลขบัตรคิวสีแดงๆ มันกระพริบเลื่อนไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย
จะมีเจ้าหน้าที่จะออกมาขานหมายเลข เรียกให้เข้าไปนั่งรอในอีกห้อง
แล้วไอ้เลขแดงๆ นั่น มันก็เป็นคิวของคนที่ได้เข้าไปในห้องนั้นแล้ว
ไม่ใช่ของคนที่นั่งรอข้างนอก
แล้วมรึงจะเอามาติดไว้ข้างนอกให้คนเขางงทำไมวุ้ย

อุ๊ย ถึงคิวนราแล้ว
นราผุดลุกว่องไว
กระบวนการถ่ายรูป สแกนลายนิ้วชี้ซ้ายขวา และตรวจสอบเอกสาร
เสร็จในสิบห้านาที
รู้สึกเหมือนไม่คุ้มอย่างแรง นั่งรอตั้งนานแน่ะ
แต่คนโต๊ะข้างๆ น่าสงสารกว่า
ทะเบียนบ้านเขามีปัญหาอะไรสักอย่าง
เจ้าหน้าที่บอกให้ไปเอาสำเนาทะเบียนบ้านอันเก่ามาด้วย
แล้วให้มาทำใหม่วันหลัง
....................
นราพูดแทนให้
"ฮื้ออออ เอาสองชั่วโมงของกรูคืนม้าาา"

ค่าทำพาสปอร์ต หนึ่งพันบาทถ้วน
ถ้าไม่อยากมารับที่สำนักงานเอง เขาก็จะส่งให้ทางไปรษณีย์
เพิ่มอีกสามสิบห้าบาทค่ะ ได้ในห้าถึงเจ็ดวัน
ให้บอกที่เคาน์เตอร์ตอนรับบัตรคิว
เขาจะให้แบบฟอร์มมากรอกที่อยู่จัดส่ง

บ๊ายบายคุณพาสปอร์ตเล่มเก่า
โดนแต๊มแคนเซิ่ลซะแล้ว


ขอบอกว่าหิวมาก มากกก
ลากปาป๊าไปกินฟูจิ เพราะตอนนั้นยังไม่บ่ายสาม
ถ้าสั่งอาหารชุดจะได้ชาหรือกาแฟเย็นหนึ่งแก้ว กับผลไม้ฟรี
หน้าร้านเขามีตู้ใส่ตุ๊กตา น่ารักมาก
อันนี้เป็นสิบสองนักษัตรมั้ง


อุ๊ยๆ นราชอบอันนี้ค่ะ
เหมือนเป็นเจ้าหญิงเจ้าชายแมว ใช่อ๊ะเปล่า
มันมีสำรับอาหารอันเล็กๆ น่ารักตั้งอยู่ด้วย
อยากเก็บสะสมแบบนี้มั่งจังเลย



พอพูดถึงแมว ก็เลยนึกขึ้นได้
เวลาไปออกรายการทีวี เค้าก็ชอบเอาพวกภาพตอนเด็กๆ ของดารามาให้ดูใช่มะคะ
นราเอาของแมวนรามาอวดล่ะกัน
...........................

น้องจืด (ชื่อเดิมคือยาคูลท์ แต่ไม่มีใครเรียก) ตอนอายุได้ไม่กี่สัปดาห์


และ
.
.
.
น้องจืด ณ ปัจจุบัน อายุขวบครึ่ง
อวบอั๋น เอ๊าะๆ
โดนลวนลาม ขยำขยี้ทุกวัน
เพราะเนื้อมันเหนียว หนืด นุ่ม วุ้ย มันเขี้ยว


อันนี้ไม่ใช่แมวเรา แต่ก็ยังอยากจะอวด ฮ่าาา
เป็นน้องแมวที่บ้านเติ้ลค่ะ
ตอนนี้โตกันหมดแล้ว แต่ตอนเล็กๆ น่ารักม้ากกก


ตอนนี้มีตัวนึงกำลังท้องอยู่
นราก็รอลุ้น (เหมือนเป็นแมวตัวเอง) ว่าลูกแมวจะออกมาเป็นยังไง
ตื่นเต้นๆ อยากเล่นลูกแมวแล้ว
..............................

หมู้ว
แหม ตื่นเช้ามาทำอะไรน่ะ
รู้นะๆ
ว่าแต่ลืมสามห้าสามห้าของอุ้ยรึเปล่า อิอิ
แล้วถ้าจับหนอนมาใส่เค้า
เค้าจะเอาแมงสาบใส่ไว้ในผ้าเช็ดตัวของเติ้ล คอยดู๊

หนูแนน
นราก็เคยเลี้ยงหนอนอ้วนนะคะ ตอนม.ต้น
ไม่รู้แนนจำได้ป่าว นราเคยเอาไปโรงเรียนด้วย
แต่ไม่รู้มากลัวตั้งแต่ตอนไหน
เอ๊ะ ไม่ได้กลัวสิ แค่ไม่ชอบ ฮึๆ

หมูหวาน
ทำไมอ่ะ เค้กเกาหลีแพงเหรอ
อย่าไปสนใจจิ
คติของเราคืออะไรลืมแล้วเหรอ
"กระเป๋าแหกดีกว่าไม่ได้กิน"
ฮ่าๆๆๆ

วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

From Death to Cheesecake

คงจะแอบนึกในใจละซิ
ว่าอีนี่มันว่างมากหรือไง อัพบล็อกรายวันเชียว
ก็คนมันเบื่อนี่นา
ร้อนก็ร้อน ออกไปไหนก็ไม่สนุก
ไม่สบายอีกตังหาก
........................

ไพ่ทาโรต์ใบนี้ คุ้นๆ ตากันบ้างมั้ยคะ


ใช่แล้วล่ะ ไพ่เบอร์สิบสาม เดธ - ความตาย
ตอนที่เขาฮิตดูไพ่ทาโรต์กันตอนเรายังสาวๆ (ประมาณม.สาม)
ถ้าไพ่ใบนี้หงายขึ้นมาเมื่อไหร่ละก็ มีหนาว
เพราะทั้งชื่อ ทั้งภาพก็สื่อให้เห็นถึงหายนะ ความเลวร้าย ผิดหวัง
ประมาณว่าอนาคตไม่มีดีแน่ๆ กรู
แต่วันนี้ นรารู้สึกว่ามันเป็นไพ่ของนรา
ไม่ใช่เพราะนราเหี่ยวใกล้ตาย หรืออนาคตสิ้นหวังนะ ฮ่วย

ไพ่เดธ ไม่ได้หมายถึงความตาย ฮิหายวายป่วงอย่างเดียวค่ะ
แต่มันยังเป็นสัญลักษณ์ของความเปลี่ยนแปลงในชีวิต
เริ่มต้นสิ่งใหม่ วิถีชีวิตใหม่ เป็นการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ทีเดียว
และในการเปลี่ยนแปลงนั้น เราสามารถหาประโยชน์จากมันได้
ถ้าเปิดใจยอมรับประสบการณ์ใหม่ๆ รับโอกาสที่จะได้เรียนรู้อย่างยิ่งยวด
(ข้อมูลจาก http://moonroommuse.files.wordpress.com ขอมีสาระกะเขานิดนึง)

ก็บอกแล้วว่าไพ่นี่เป็นไพ่ของนรา
ชอบภาพวาดด้วยละ สวยดี
................................


เปลี่ยนจากไพ่เดธ
มาเป็นอะไรที่น่าสยดสยองพอๆ กันบ้าง

อรึ๋ย หนอนอ้วน
(พิมพ์ไปก็ขนลุกไป)


แปลกดีนะ นรากลัวไอ้หนอนอ้วนแบบนี้มาก
แต่ก็ยังชอบดูมัน ชอบไปจดๆจ้องๆ ส่องดูหนอน
พอลมพัดต้นไม้ไหวที ก็กระโดดหนี แหกปากโวยวายอยู่คนเดียว
ไอ้ตัวนี้ยังไม่เท่าไหร่ ยังเล็กอยู่
รอตอนมันโตสิ แอร๊ยยย อ้วนๆ หนาๆ
คืบกระดืบๆๆๆ เดื๊อบๆๆๆ คอย่นๆ ยึ๋ย
มีตาหลอกโตๆ สองจุดบนหัวด้วยนะ

นราสงสัยว่า หนอนอ้วนตัวใหญ่ขนาดนี้
มันออกจากถุงนอนมา จะกลายเป็นผีเสื้ออะไร
แต่ไม่เคยได้เห็นซะที เสร็จนกไปซะหมด
นกกินเข้าไปตัวนึงนี่คงอิ่มไปถึงเย็น
...............................

พูดถึงเรื่องกิน
ปิดท้ายด้วยอะไรอร่อยๆ หวานๆ กันเถอะ
(ขอโทษนะที่เอามาต่อจากเรื่องหนอน ปรับอารมณ์ตามนิดนึง)

วันนี้ที่บ้านไปทานข้าวนอกบ้านกัน
ขากลับแวะซื้อเค้กจากร้านชีสเค้ก เฮ้าส์
อร่อย แต่ทานไม่บ่อย เพราะแพงบ.ซ.

อันนี้ นิวยอร์กชีสเค้กค่ะ
เนื้อเนียน นุ่มละมุนมากๆ
แต่ทานเยอะๆ ก็เลี่ยนเหมือนกัน


บลูเบอร์รีโยเกิร์ตชีสเค้ก
อันนี้ไม่รู้ว่าอร่อยไหม เพราะยังไม่ได้ชิม
แต่สวยดีนะ


อันนี้อร่อย
ริชชีสเค้ก
คล้ายๆ กับนิวยอร์กอันข้างบน
แต่ปริมาณไขมันและแคลอรี่สูงกว่ามาก
เพราะชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า "ริช"
ปะหน้าด้วยขนมปังกรอบหวานๆ ไม่รู้เขาเรียกอะไร
โรยไอซิ่งด้วย อย่อยยย
เสียดายไม่ได้ทานกับน้ำชาโน๊ะ
เป็นไฮที ดูผู้ดี๊ผู้ดีค่ะ ฮ่าาา


เป็นบล็อกที่สะเปะสะปะชิบเป๋ง
เหมือนทรีอินวัน อ่านหนึ่งได้ถึงสาม
คุ้มนะเนี่ย ที่อื่นไม่มีนะเนี่ย

รบกวนท่านผู้ใจบุญ
ฝากคอมเมนท์ไว้สักเล็กน้อย ว่าตัวอักษรที่เห็นในเอนทรีเล็กจนมองลำบากกันหรือไม่
เนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนมาจากท่านผู้อ่านค่ะ

หมูหวาน
เธอกลับมาทันฉันอยู่แล้ว
กลับมาเดือนมิถุนาใช่มั้ย
นราจะไปเดือนไหนยังไม่รู้เลย เป้าหมายก็ไม่มี
แต่เป็นหลังมิ.ย. แน่นอน

หมู้ว
คิดถึงหมู
ทำไมเห็นตัวเล็กล่ะ เค้าไม่ได้ปรับอะไรเลยนะ
ขอบคุณที่แวะมาเม้นท์ให้น้า
(ถูกบังคับให้มา ฮิ ฮิ)
ก็บอกแล้วไงว่าที่หน้าอ้วนเป็นเพราะอากาศร้อน
ผิวมันพองตัว เอ๊

มุกกุ
ดีใจจังเลยที่แวะมาอ่ะ ขนาดยุ่งๆนะเนี่ย
ซึ้งใจ ซึ้งใจ
สอบเป็นไงบ้างคะ
โชคดีเน้อ อย่าเครียดมากเดี๋ยวตาดำปื๋ออีก

วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

Ayo Koreans!

เฮ้อ เข้าเดือนพฤษภาแล้ว
เวลาก็ลดหายไปอีกหนึ่งเดือน
แต่เดือนนี้เป็นเดือนพิเศษ (ของใครกันน้า)
อย่างน้อยก็มีอะไรให้ตั้งตาคอย

วันนี้นราเบี้ยวงานค่ะ
ไม่เชิงหรอก คือลาป่วยน่ะ ไม่ฉะบายยย งิวๆ
เมื่อวานเวียนหัว ปวดเฮดมาก วันนี้ก็ปวดเมื่อยเนื้อตัว เพลียไปหมด
หวังว่าคงจะไม่ใช่ไข้หวัดหมูหรอกนะ

เมื่อวานลงไปช่วยต้อนรับนักศึกษาชาวเกาหลีนิดหน่อย
เกิดความผิดพลาดทางเทคนิกเล็กน้อย
นราเลยต้องวิ่งวุ่นตามหาทั่วมหาลัย ว่าเขาอยู่ตรงไหนกัน
กว่าจะเจอก็เหงื่อแตก คลื่นไส้
แล้วเสื้อสูทมหาลัยที่ใส่น่ะมันบางที่ไหนกัน

นักศึกษาพวกนี้มาจาก Inje University มั้งนะ
คืออ่านไม่ออกอ่ะ
มากันราวๆ ยี่สิบคน มีอยู่คนพูดอังกฤษเก่งมาก แปลกใจนิดหน่อย
เพราะตอนเด็กญี่ปุ่น เว้ากันบ่ได้เล้ยนาย
คนเกาหลี แม้แต่หนุ่มๆ ก็ผิวขาว เนียน ละเอียดมากเลย
นี่ละมั้งอย่างหนึ่งที่เราเลียนแบบไม่ได้


ดูเหมือนอีตาหมวกแดงนี่ จะชอบน้องที่มาช่วยงาน
เดินไม่ห่างเลย คุยอยู่คนเดียวนี่แหละ
ไอ้ตอนจะกลับก็ส่งยิ้มหวานลงมาจากรถบัส
โบกมือแล้วโบกมือเล่า
เค้าว่าสาวไทยคมสวย สวยธรรมชาติ ไม่ผ่านมีดหมอ
..........................

แล้วทำไมไม่มีใครสนใจชั้นเลย
ทั้งๆที่ชั้นก็สวยแบบธรรมชาติที่สุดแท้ๆ
ธรรมชาติกลั่นแกล้งอ่ะนะ

ถ่ายรูปหมู่กันหน้าอาคารเก้า
เห็นนราไหมๆ อยู่ริมขวาสุดเลย ขาใหญ่ๆ นั่นไง
(ยิ่งถ่ายยิ่งเซ็งกล้องน้องโมฯ อย่าให้มีเงินนะจะไปซื้อกล้องของตัวเองซะเลย)


ตอนที่นราลงมาช่วย เขาก็เดินทัวร์มหาลัยกันได้สักพักแล้ว
นรามายิ้มๆ คุยๆ กับเด็กเกาหลีได้แป๊บเดียว เขาก็กลับกัน
แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็พลันเกิดขึ้น!


คนเกาหลีไม่รักชีวิต!!!
คือเฮียแกอยากได้รูปนักศึกษาหน้าป้ายม.กรุงเทพ
ก็บอกให้เด็กไปยืนๆนั่งๆริมฟุตบาท
ส่วนตัวเองก็ออกไปยืนกำกับอยู่กลางถนน
ไอ้ที่เห็นนี่ยังไม่เท่าไหร่ สักพักสิแกออกไปหาโฟกัสถ่ายรูป
ลงไปนั่งยองๆ กลางถนนเลยจริงๆ
รถโฉบหน้าเฉี่ยวหลังชวนตายมาก


ดูสิ ความพยายามในการถ่ายรูป
ตรงนั้นคือสี่แยกท่าเรือนะน่ะ
รถเยอะจะตาย มาเร็วด้วย

อายุนราสั้นไปอีกปีนึงแล้วเหวย
ตกใจ กรามแข็ง พูดไรไม่ออก
จะบอกให้เขาระวัง เหยิบเข้ามาหน่อยก็ลิ้นเป็นอัมพาตไปแล้ว
รถแบบหักเลี้ยวเกาหลีผู้กล้าหาญกันอุตลุด
เขาคิดว่าบ้านเมืองเราใช้เกวียนกันหรือไง
หรือการจราจรเกาหลีมันแสนจะเฟรนด์ลี่ ลั้นลา ปลอดภัย
หมูหวานช่วยไขข้อข้องใจนี้ที
..................................

พอเขากลับไปหมด นราก็กลับขึ้นมาทำงานต่อ
อาจารย์แบ่งของที่ระลึกที่เขาแจกมาให้นราสองชิ้น
ตอนแรกคิดว่าคงเป็นพวงกุญแจ ของระลึกยอดนิยม
แต่ว่า...แต่ว่ามัน...
มันคือแฮนดี้ไดรฟ์ของแอลจี! แปดกิ๊กแน่ะ แปดดดดดด
(ถ่ายกับบอนนี่ บี. ฮู้ด จากดาร์กสตอล์กเกอร์สอีกแล้ว)


ไชโยยยยยย บันซายยยยย
ฮารางเซโย เอ๊ะ หรือซารางเฮโย พูดไม่เคยถูกซักที
ไอ เลิฟ เกาหลีที่ซู้ดดดด
กำลังอยากได้อยู่พอดีเลย โชคดีจัง

ในขณะที่อีกชิ้นนึงเป็นไอ้นี่
ดูเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร
เหมือนเป็นแท่นไม้ที่เสียบแผ่นไม้สลักนี่ลงไป
มันคืออะไร?
ใครรู้ช่วยบอกเป็นวิทยาทานที


ทำงานไม่ค่อยสนุกเลย
มันเวียนหัว วึ้งๆ เหมือนตั้งหัวไม่อยู่
กลางวันไปทานข้าวกับพี่ๆที่ออฟฟิศ
ที่ร้านเล็กๆ หน้ามหาลัย
วันนี้ทานสเต็กกันค่ะ

ชาแตงโม
หอมดีนะ รสชาติแปลกๆ
คิดว่าคงไม่ใช่แตงโมจริงๆ อาจเป็นแตงสังเคราะห์
ค่าความแปลก แก้วละสามสิบบาท


สเต็กที่นี่ราคาพอรับได้ ประมาณสี่สิบถึงร้อยบาท
แล้วแต่ว่าสั่งเนื้ออะไร ส่วนไหน
จานนี้ของคนอื่นเค้า
สาระแนไปถ่ายของเค้ามา ฮิ ฮิ
ทีโบนพริกไทยดำมั้งนะคะ
ทานคู่สลัดข้าวโพดและมันฝรั่งทอด


จานนี้ของนราเอง
สเต็กหมูชุบเกล็ดขนมปัง ซอสพริกไทยทำ
แหว่งไปนิดหน่อย
เพราะกินไปแล้วดันนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ถ่ายรูป
ดูดีๆ จะเห็นส้อมกับมีดเขลอะๆ ด้วยนะ
จานนี้สนนราคาอยู่ที่เจ็ดสิบ
รอเป็นชาติเลย


หมู้ว
มาเม้นท์ใหม่อีกทีนะ นะๆ
อย่าเพิ่งงอนเจ่ะ

หนูแนน
นรารู้จักหิว แจกมันของแนนจากเรื่อง Sword Fish ละมั้ง
เห็นแล้วปิ๊งเลยว่าผู้ชายคนนี้เซ็กซี่มาก
เห็นแฟนนราบอกว่าคุณหิวแกติดหนึ่งในห้าสิบหนุ่มหล่อของโลกด้วยหละ
แผลรถล้มหายไวๆนะ

หมูหวาน
ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะ
นราก็คงต้องทนให้ได้แหละ
ร้องไห้เป็นเผาเต่าไป อะไรมันก็ไม่เปลี่ยนเนอะ
หน้าเป็นผักดองกิมจิอะยางงง
ตอนนี้ฉันอยากกินกิมจิจังเลยอะ

ปัด
ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆเช่นกันค่ะ
นรานะอยากเจอเพื่อนๆเหมือนกัน
เห็นรูปวันที่เลี้ยงส่งหมูหวานแล้วก็เสียดาย
นราเลิกงานตั้งห้าโมง ไม่มีใครเขาอยู่รอหรอกมั้ง
ตอนนราจะไป จะมีใครไปเลี้ยง ไปส่งอย่างนี้มั่งมั้ยนะ
กระซิกๆ