แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังสือ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังสือ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2553

Newgate Market

ไร้สาระมาหลายเอนทรี่มาก ขออภัย
พอดีสติสตังไม่ค่อยสมประกอบช่วงนี้
วันก่อนเพิ่งไปส่งวิทยานิพนธ์มาค่ะ โล่งหายใจสะดวกเหมือนกลืนวิกส์วาโปรัปเข้าไปทั้งขวด
เพราะว่าพี่คอมเขาเจ๊ง วันนั้นนราเลยต้องแหกขี้ตาไปห้องคอมที่ตึกแลงก์วิธ แก้งานจนเสร็จ เซฟเป็นไฟล์พีดีเอฟ เดินกลับมาพรินท์ที่ห้อง พรินท์เสร็จเอาไปเข้าเล่มที่ร้านของมหาลัย (บริการรวดเร็วประทับใจมากขอบอก ไม่ถึงสามนาทีอ่ะค่ะ ไม่เกินห้าสิบหน้าคิดราคาสามปอนด์) เสร็จแล้วเดินกลับไปตึกแลงก์วิธเพื่อส่งงานอีกที
และแล้วสงครามสิบเอ็ดเดือนของนราก็จบลงค่ะ
จะว่าไปมันก็โล่งๆยังไงไม่รู้นะ ไม่มีอะไรให้ทำแล้ว
นั่งในห้องก็นั่งเฉยๆ เบื่ออ่ะ ไม่รู้จะทำไรดี

แน่นอนว่าพอเสร็จงานก็ต้องเตรียมตัวกลับบ้าน
นรานะเซ็งกะการเก็บของมาก
ของในห้องนี่เหมือนเห็ดรา เก็บตรงนั้นเสร็จไหงตรงนี้มันงอกออกมาใหม่อีกแล้ว ไม่เข้าใจ
ขยะงี้บาน
กล่องเปล่าที่สะสมไว้ พอเราแกะมันกางออกมาเพื่อที่จะเอาไปทิ้งขยะรีไซเคิล หนาตั้บแบกแทบไม่ไหว
เดินไปก็ปล่อยเศษกระดาษแข็งร่วงกราวเป็นทาง
ช่วงนี้ก็พยายามไปเที่ยวเมืองอื่นๆ ก่อนกลับ
เดี๋ยวอีกไม่นานจะไปเที่ยวกลอสเตอร์ไชร์ด้วย
แต่ก่อนหน้านั้นต้องตระเวนซื้อของที่ระลึกไปฝากญาติโยมทางเมืองไทยก่อนค่ะ
วันนี้ก็เลยเข้าเมืองคนเดียว ไปเดินเล่นด้วย ซื้อของด้วย
สำหรับผู้ที่กำลังจะมายอร์กนะคะ
มานิวเกท มาร์เก็ทด้วย ไม่งั้นจะหาว่าสมตุ้ยไม่บอกไม่กล่าวแหล่งของดีไม่ได้นะเอ๊อะ

นิวเกท มาร์เก็ท อยู่ตรงที่ถนนมาร์เก็ทสตรีทตัดกับพาร์เลียเมนท์สตรีทค่ะ
จุดสังเกตคือน้ำพุตรงกลางจตุรัส ใครๆก็รู้จัก
ตรงนี้วันดีคืนดีก็จะเป็นที่จัดงานเทศกาลต่างๆ
อย่างตอนนี้ก็มีเทศกาลอาหารอยู่ น่ากินมากแต่ไม่มีตัง
บางทีก็มีคนมาจัดการแสดงเปิดหมวกอยู่บ่อยๆ ตั้งแต่ตัวเล็กตัวน้อยไปจนถึงคุณตาผมไม่มี
ตลาดนิวเกทที่ว่านี้ ก๊อเป็นตลาดอ่ะนะ
ขายผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ เสื้อผ้า
อารมณ์ประมาณตลาดอ่อนนุชบ้านเรามั้ง แต่พวกอาหารของสดนี่เหมือนเจ้าของเขามาเอง
แผงขายผัก อาจจะแพงกว่าในซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างมอร์ริสันหรือเซนส์บิวรี่นิดหน่อย แต่คุณภาพต่างกันเยอะอย่างเห็นได้ชัด
(ไม่ทุกอย่างหรอกแต่ส่วนใหญ่ เดี๋ยวจะหาว่าโฆษณาเกินจริง)
มะเขือเทศลูกกลม โต เกลี้ยงเกลา แดงฉ่ำ
ขนาดนราไม่ชอบมะเขือเทศยังรู้สึกว่ามันน่ากินจังเลยอ่ะ
ผักมีมาตามฤดูกาล อย่างหน่อไม้ฝรั่งถ้าไปตอนเดือนพ.ค.จะเยอะมาก อวบอิ่ม น่ากินสุดๆ ถ้าไปซื้อตอนนี้จะได้หน่อไม้ฝรั่งที่เหมือนขุดขึ้นมาจากซากอารยธรรมเมโสโปเตเมีย

ตรงกลางตลาดปกติจะขายพวกถุงเท้า เสื้อไหมพรม อุปกรณ์ของใช้ในบ้าน แต่วันนี้ทำไมเป็นร้านดอกไม้ไม่ทราบ ดอกไม้ที่นี่ที่ราคาถูกจะเป็นพวกคริแซนธิมัม นาร์ซิสซัส แดฟโฟดิล ช่วงนี้ดอกดาห์เลียออกเยอะก็ราคาถูก กำละปอนด์เดียว เวลาซื้อคนขายจะเอาดอกไม้ไปห่อกระดาษให้ แล้วแถมอาหารดอกไม้เหลวๆให้มาด้วย

แผงตรงนี้ขายหัวดอกไม้บานเบอะค่ะ
อยากซื้อกลับบ้านแต่คงไม่ผ่าน ตม.

ตรงนี้ใครชอบหนังสือ ห้ามพลาด อย่าพลาด อย่าบังอาจพลาด
เป็นมุมขายหนังสือมือสอง ดูเหมือนไม่ตั้งใจขายเพราะเอาลังกระดาษมากองๆตั้งๆแล้วก็อยู่ยังเงี้ยทั้งวัน
แต่ๆๆๆ อย่าให้รูปลักษณ์ภายนอกมาหลอกท่านได้
หนังสือทุกเล่มในร้านนี้สองปอนด์เท่ากันหมด
ค้นดีๆท่านอาจเจอหนังสือที่ท่านตามหามาแสนนานในราคาถูกบัดซบก็ได้

The Historians เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ เล่มหนาเตอะ
ที่ไทยขายไม่ต่ำกว่าเล่มละสามสี่ร้อย
ที่นี่ สองปอนด์ = ร้อยบาท
ถึงเป็นมือสองแต่สภาพดีมาก สันไม่งอด้วย
หนังสือดีๆอย่างของ John Grisham, Stephen King, Tom Clancy มีให้เลือกมากมาย
พวกหนังสือชิคลิท แบบสาวนักช้อปตะลุยโน่นตะลุยนี่ก็มี
วันนี้นราน้ำตาแทบร่วง
เจอ Encore Provence ของ Peter Mayle ที่เขียน A Year in Provence กับ Toujours Provence ฉบับภาษาไทยจัดพิมพ์โดยมติชน
เล่มนี้เหมือนจะยังไม่ออกมาเป็นภาษาไทย คิดว่าน่าจะออกมาให้ชื่นใจในงานหนังสือเร็วๆนี้
คว้าแบบไม่คิดเลย
จริงๆมีหนังสือเล่มอื่นที่อยากได้ อย่าง Under the Tuscan Sun ของ Frances Meyes แปลไทยโดยมติชนเหมือนกัน อยากได้มากกก แล้วยังมีหนังสือทำนองนี้อีกเป็นตั้ง ไม่ติดว่ากระเป๋าเดินทางจะระเบิดแล้วจะซื้อมาให้หมดเลยจริงๆ

หนังสือบางเล่มอาจจะซีดไปสักหน่อย เพราะตั้งไว้ให้แดดเลียหลายวันหลายคืน
แต่หนังสือดีก็คือหนังสือดี
ถึงพิมพ์ลงบนกระดาษทิชชู่ก็ยังเป็นหนังสือดี
ไม่เหมือนพวกหนังสือ "สักแต่เขียน" ที่ทะลักทะล้นเต็มร้านหนังสือเดี๋ยวนี้
ไอ้ประเภท "วิธีหาผัวฝรั่ง" "คำสารภาพของสาวนักอึ๊บ" "คัมภีร์สยบผู้ชายแทบเท้า" "ดิฉันเป็นฮิสทีเรีย" "สาวไส้ไซด์ไลน์" "เมื่ออกหักรักคุดตุ๊ดเมิน" และเก้าโลเก้าลากยาวไปถึงอาบูดาบี
อีแบบนั้นพิมพ์ลงบนกระดาษอาร์ทอย่างดีสี่สีประดับเกล็ดคริสตัลชวารอฟสกี้ยังไม่อยากจะอ่านเลย

การไปเดินตลาดนี่
นอกจากจะได้ของที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นผักสดจากไร่ ปลาสด หรือหนังสือดีๆ
เรายังได้เรียนรู้ความเป็นอังกฤษไปด้วยนะ
ป้าร้านขายผักร้านนึง ร้านที่อยู่หน้าร้านปลา เค้าจะมีสำเนียงการเรียกลูกค้าที่ประหลาดมาก
ไม่รู้จะอธิบายยังไง ลอกเสียงเขามาสะกดให้ฟังเลยละกัน ลองออกเสียงตามแบบลากยาวๆยานๆหน่อยนะจะได้อารมณ์มาก
"สตร๊อบะหรีจุสท์วั้นพ่าวน์อี๋ช คว้อลิฝล่าวเหวอร์ฟิ้ฟติเผนซ์ พี้ชแอนด์เน็กทะหรีนเธ้ออิฟ้ายฟ์เพนซ์อี๋ช" (Strawberries just one pound each, cauliflower fifty pence, peach and nectarine thirty-five pence each)
ใครมาลองแวะไปฟังดูได้
Yorkshire English แต๊ๆเจ้า
ปล.ช่วงนี้พีชน่ากินมาก ลูกใหญ่ สด หอม ถ้าแผงตั้งตรงที่แดดส่องนะเวลาเดินผ่านได้กลิ่นลูกพีชหอมฟุ้งไปทั่วเลยค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Good Friends, Good Time

รู้หรอกว่ารอกันนานแล้ว
รูปหนุ่มซูชิห่อไนลอนในลิเวอร์พูลค่ะ เอาไปขยายใหญ่แล้วเล็งกันตามอัธยาศัย นราได้ปรับแสงไบรท์ให้แล้วเพื่อให้สะดวกแก่การเล็งหาของแต่ละท่าน ถ่ายออกมาแล้วกางเกงมันสีเข้มมองไม่ชัด ก็ตั้งใจเพ่งหน่อยละกัน อย่ามาทำเป็นวี้ดว้ายลามกรับไม่ได้ รู้น่าว่าอยากดู ฮ่าๆ
รูปนี้ไม่ใส่เครดิตตัวเองเพราะไม่ได้ถ่ายเอง เป็นรูปถ่ายของกอล์ฟ ณ English Literature นะคะ ขอบคุณที่เอื้อเฟื้อภาพมา ณ ที่นี้
...................
ช่วงนี้อากาศก็หนาวขึ้นเรื่อยๆ ลมแรงมากๆ เดินไปเรียนเห็นเป็ดซุกตัวกลมๆเต็มสนามหญ้า
คราวที่แล้วที่บอกว่าซื้อเสื้อโค้ทมาแล้วอยากเอาไปคืน ขอถอนคำพูดนะคะ เพราะใส่ๆไปแล้วรู้สึกว่าอุ่นดี กันลมด้วย แถมปกก็จับตั้งขึ้นกันลมเข้าข้างในคอเสื้อได้อีก รู้สึกดีที่ซื้อมาในราคาแค่ 15 ปอนด์ ตอนนี้เสื้อผ้าคงไม่ซื้อแล้ว แต่ต้องรอดูว่าช่วงคริสต์มาสมันจะหนาวโหดแค่ไหน อาจจะได้ซื้ออีกเพราะตอนนี้ปากก็เริ่มเขียวแล้ว คาดว่าจะเขียวทั้งตัวด้วยความหนาวเย็นในไม่ช้า
เฮะเฮ้ แต่อย่างน้อยในห้องนราก็อบอุ่นนะจ๊ะ เพราะได้เพื่อนใหม่มานอนด้วย
เป็นชาวญี่ปุ่น หน้าตาน่ารัก น่ากอดอย่าบอกใคร
ชื่อคุมะค่ะ ฮ่าๆ
ของขวัญวันเกิดล่วงหน้าจากตาหมูอ้วน ขอบคุณมากๆเลยน้า จุ๊บๆ
มาถึงคุมะก็นั่งขัดสมาธิมาเลย อึดอัดแทน
คุมะตัวนิ่มๆ กอดมันดี เอาไว้ฟัดตอนนอน
วันก่อนนอนน้ำลายไหลเปรอะไปนิดนึง แต่ไม่เป็นไรไม่เสียหาย
มีคุมะแล้วรู้สึกเหมือนห้องสว่างสดใสขึ้นมาหน่อย เวลานอนก็เอามากอด จะออกไปข้างนอกก็เอาคุมะมานอนแล้วห่มผ้าให้ เหมือนเด็กๆเลย
เมื่อคืนนี้นราไปนอนค้างที่บ้านรุ่นพี่คนไทยมาค่ะ
เพราะตอนเย็นออกไปทานข้าวกันในเมืองแล้วกลับค่ำที่ ชื่อร้าน Red Chili เป็นร้านอาหารจีน ทำหมี่ผัดอร่อยมากๆ เป็นหมี่เส้นแบนผัดใส่กุ้งยักษ์และหน่อไม้ มีปลาเปรี้ยวหวาน ปลาหมึกผัดเกลือและพริกไทย ไก่ต้มซีอิ้ว ผัดมะเขือ
แต่อาหารจีนร้านไหนร้านนั้น ต้องทานร้อนๆ พอเย็นแล้วทั้งเลี่ยนทั้งมัน ยิ่งไส้หมูผัดต้นหอมนี่กินแทบไม่ลง (แต่ก็กิน) ค่าอาหารตกคนละเจ็ดปอนด์ครึ่ง ถือว่าคุ้มเพราะนรากินเหมือนเครื่องย่อยขยะเลย กั่กๆ
กินเสร็จก็ย้ายขบวนมาทั้งเล่นกันที่บ้านพี่ยุ้ย มานั่งดูเอ็กซ์แฟคเตอร์กัน แต่นราดูได้นิดหน่อยก็ออกมาอ่านหนังสือข้างนอก
ในรูปจากซ้าย พี่ยิ้ม (ถ้าบอกว่าเป็นคนแต่งหนังสือของแจ่มใสชุด ความรู้สึกดีๆที่เรียกว่ารัก ก็คงจะอ๋อกันใช่มั้ย ที่นั่งอ่านก็หนังสือที่เขาแต่งนี่ละ) เนม แล้วก็พี่เบียร์ พี่เบียร์เป็นอาจารย์ที่นี่นะจ๊ะจะบอกให้ แต่หน้าเด็กจนนรารู้สึกอายที่ตัวเองหน้าแก่ล่วงหน้าไม่ปรึกษาใคร
นรากะพี่ยุ้ย

จริงๆมีหลายคนมากกว่านี้ แต่ถ่ายรูปกันมาไม่หมด
พี่ๆที่นี่ใจดีกับนรามากๆ ดูแลเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี คอยให้คำแนะนำดีๆอีกด้วย
รู้สึกว่าตัดสินใจไม่ผิดที่เลือกยอร์ก ถึงสำเนียงมันจะแปลกๆก็เหอะ
เมื่อคืนก็นั่งดูทีวี ดูหนัง ฟังพี่เบียร์เล่นกีตาร์กันจนดึก
นรากลับมาถึงหอตอนประมาณ 10 โมงเช้า

ช่วงนี้นราการบ้านเยอะจัง เหนื่อย
อยากทำ แต่ขี้เกียจ สลัดไม่หลุดซะทีเนี่ย
อย่างนี้ตอนเขียนรายงานสองเล่ม เล่มละห้าพันคำต้องตายแหงๆ หนังสือนรายังไม่อ่านสักกะเล่ม แอร๊กกกก
เข้าเรื่องนี้แล้วเครียด ไปนอนดีกว่า

คำคมวันนี้
ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา

ปล. อยาก เล่น เกม โว้ย อะไรก็ได้ ดอทเอก็ได้ God of War ก็ได้ แอร๊ยยสติจะแตกแล้ว

วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552

I'm in Need of Someone...

เดี๋ยวนี้ห้าโมง ฟ้าที่นี่ก็มืดสนิทเหมือนสักสองทุ่มแล้ว
เดินไปไหนต้องระวัง เมื่อคืนนี้ปวดหัวมากๆ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร กินยาก็ไม่หาย จนทนไม่ไหวเลยเดินไปซื้อน้ำผลไม้ที่คอสต์คัตเตอร์มากิน เผื่อจะได้สดชื่นแล้วรู้สึกดีขึ้น ระหว่างทางเดินมืดๆ เราก็มัวแต่มองทางเดิน กลัวสะดุดล้ม เลยมองไม่เห็นไอ้ห่านเวรที่มันหลบอยู่แถวนั้นตัวนึง พอเดินเข้าไปไกล้ อยู่ดีๆมันก็เห่าใส่ ตกใจสุดๆ หัวใจหยุดเต้นไปสามวิ บ้าชะมัด

ช่วงนี้กำลังเข้าสู่อาการคิดถึงบ้าน โฮมซิกสุดๆ
ซึ่งก็แปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกัน แทนที่จะเป็นช่วงแรกๆที่มา กลับกลายเป็นว่าช่วงแรกๆยังพอรับมือไหว ไม่คิดถึงมันก็จะไม่ฟุ้งซ่าน แต่พอมาถึงตอนนี้ดันเป็นหนักซะงั้น เป็นเพราะอากาศมันชวนเศร้าละมั้ง
รู้สึกว่า เรามาที่นี่ทำไม นี่เรากำลังทำอะไรอยู่
ทำไมมันเหงาจัง ทำไมรู้สึกเหมือนไม่มีใครเลย อยากจะคุยกับคนที่เมืองไทยเขาก็ไม่ว่างกันทั้งนั้น ด้วยทั้งเวลาและชีวิตประจำวันที่ต่างกัน ตอนนี้นราไม่มีใครเลยจริงๆ ไม่มีเพื่อน ไม่มีคนจะคุยด้วย
กลับเข้าห้องมาก็ทำอย่างเดิมๆ วางกระเป๋า เปิดคอม หาอะไรกิน ทักทายเพื่อนร่วมแฟลตนิดหน่อยตามประสา แต่สุดท้ายเมื่อกลับเข้าห้องมา สิ่งเดียวที่รออยู่ก็คือความเงียบกับหนังสือกองโต ราวๆเที่ยงคืนก็เข้านอน รอตื่นเช้าไปเรียน
พยายามจะขยัน พยายามจะไปอ่านหนังสือที่หอสมุด แต่ไม่ไหว ยิ่งเหงาใหญ่ เมื่อก่อนเคยมีคนนั่งอ่านหนังสือ นั่งหลับด้วยกัน เดี๋ยวนี้เราอยู่ตัวคนเดียว อยากมีคนมาโอบเวลาเหนื่อย มาคุยด้วยหลังเลิกเรียนกลับมา มาช่วยตามหาไอ้เวรที่ขโมยกระทะนราไปด้วย ตากไว้อยู่ดีๆหายไปเฉยเลย

วันนี้พระจันทร์โผล่ออกมาให้เห็นเหมือนแตงโมผ่าครึ่ง สีเงินๆลอยอยู่ในเมฆดำๆบนฟ้า
พอเปิดม่านออกไปมองอีกที พระจันทร์ก็หายไปแล้ว โดนเมฆกลืนจนมองไม่เห็น
เรื่องธรรมดาๆของธรรมชาติ ทำไมวันนี้มันเศร้าจังน้อ
อ่านหนังสือเรียนไปก็น้ำตาแหมะไป น้ำตาร้อนๆออกมาเจอลมหนาวแล้วเย็นจัง
อย่างนี้คงโดนป๋าด่าว่าอ่อนแอ ไม่รู้จักเข้มแข็งสู้ชีวิต เป็นเด็กเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ แค่นี้ท้อแล้ว
แต่นรากำลังพยายามอยู่นะ ฝ่าทั้งกำแพงภาษา กำแพงความรู้ และกำแพงความขี้เกียจของตัวเอง
แม่ ป๋า เอิร์ธ เอม คิดถึงจังเลย อยากกลับไปหาเร็วๆ
คิดถึงเติ้ลด้วย คิดถึงมากๆเลย ไม่อยากอยู่คนเดียวแบบนี้เลย

เมื่อวาน ดีใจมากๆที่ในที่สุดพัสดุจากตาหมูก็มาถึงจนได้
เดินกอดห่อของยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มาตามทางเดิน เห็นแค่ลายมือก็มีความสุขแล้ว
ลายมือคนบอกอะไรได้หลายอย่างนะ ดูจากตัวอักษรจ่าหน้าซองที่ตรง เส้นหนัก และทื่อไม่เป็นธรรมชาติ สันนิษฐานได้ว่าคนเขียนตั้งใจเขียนอย่างสุดๆ เห็นแล้วก็ชื่นใจน้อ นั่งเป่าปี่สก็อตใส่ซองพัสดุอยู่พักนึงแล้วถึงจะแกะออกมาดู

ดีใจมากๆ มากๆ ได้อ่านนิยายภาษาไทยแล้ว เบื่อภาษาอังกฤษเหลือเกิน
คินดะอิจิเล่มสิบเจ็ด ตอนหนึ่งและสองค่ะ ค่าส่งแพงมาก ขอบคุณตาหมูมากๆนะ ตอนนี้อ่านเล่มหนึ่งจะจบแล้ว นี่เป็นข้อเสียของคนอ่านหนังสือเร็ว แป๊บๆก็หมดเล่ม พอหมดสองเล่มก็ไม่รู้จะอ่านอะไรต่อหละ แม่ก็อย่ายอมเค้านะ รีบส่งมาๆๆ จริงๆมีหนังสือต้องอ่านเป็นสิบ แต่นึกดูซิว่าถ้าหนังสือแต่ละเล่มมันประมาณ Research in Education, Language Learning Methods, Psychology for Language อะไรงี้ แถมเป็นภาษาอังกฤษ คุณจะหลั่นล้าหยิบมาอ่านเองมั้ยจ๊ะ

ถึงหอสมุดจะใหญ่ แต่นักศึกษาก็เยอะมาก เลยต้องแย่งหนังสือกันอ่าน
พวกที่เป็น key text หรือหนังสือที่ต้องอ่านสำหรับแต่ละคอร์ส ไม่เคยอยู่บนชั้นหรอก เวียนกันยืมตลอด นราเลยซื้อเล่มหลักๆมาไว้อ่านเอง จะได้ไม่ต้องไปแย่งใคร สั่งซื้อจากอเมซอน.โค.ยูเคค่ะ ได้เร็วเหมือนกันนะ สั่งคืนวันที่ยี่สิบห้า วันนี้วันที่ยี่สิบแปดได้แล้วอ่ะ
หมดค่าหนังสือไปเจ็ดสิบปอนด์ สามเล่มเองนะ แต่เมื่อเทียบกับทุนค่าหนังสือที่ม.กท.ให้มาแล้วยังจิ๊บจ๊อย เอาเถอะก็ใช้แบบประหยัดๆนั่นแหละ เผื่อเอาไปทำอย่างอื่นได้
กระเป๋านี่ก็ซื้อจากอเมซอนเหมือนกัน สั่งพร้อมหนังสือแต่มันมาก่อน เป็นกระเป๋าที่ซื้อบ้านเราได้ในราคาไม่เกินร้อยเก้าเก้า แต่นราต้องจ่ายแปดปอนด์เพื่อซื้อมัน เพราะใบที่มีตูดจะขาดแล้วอ่ะ แอบแรดเล็กน้อยถึงปานกลางด้วยแถบสีทองอลังการ

จริงๆวันนี้ไปกินข้าวที่โรงอาหารของหอแวนเบรอห์มาด้วย วันนี้เขาเสิร์ฟไก่อบ/ลาซานญ่าผัก/หมูย่าง เลือกเอาอย่างนึงเคียงกับพวกผักต้ม มันทอด นรากินไก่อบ ใช้ได้นะ อร่อยกว่าไก่งวงวันก่อนโน่นเยอะ กินไปอ่านหนังสือไปมีความสุขชิบเป๋ง ก่อนกลับหอแวะไปซื้อโยเกิร์ตกับผลไม้มาตุน เพราะตอนนี้กระทะไม่มี ไม่สามารถทำอะไรกินได้นอกจากต้มมาม่าและโจ๊กด้วยหม้อที่มี นรากินแปลกมั้ยเนี่ย เอาสตรอว์เบอร์รีใส่ซีเรียลแล้วราดโยเกิร์ต คลุกๆกินเป็นของว่าง
ขอบคุณทุกๆคนนะคะสำหรับกำลังใจและการเข้ามาชมอย่างต่อเนื่อง
ตาหมู้ว
รักหมูมากๆนะ
มุกกุ
วันก่อนโน้นเจอรองเท้าเหมือนที่โลลิฯเขาใส่กัน นึกถึงมุกเลยค่ะ แต่คู่ละร้อยซื้อไม่ไหวอ่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2552

Another Closer Step to England

ใกล้เข้ามาแล้วสินะ...อังกฤษ

ไปซื้อของและจัดการธุระกับตาหมูมาค่ะ
Went out buying some stuff and having some things done with my Sweetie today

อันที่จริงก็ซื้อของจุกๆ จิกๆ มาไว้มั่งแล้ว แต่วางไว้ทั่วตรงโน้นตรงนี้
ตอนนี้ในห้อง (ที่ปกติก็รกเหมือนบ่อขยะ กทม.) มีแต่ถุงพลาสติกกับเสื้อผ้า
นอกเหนือจากไอ้สามชิ้น (ยาสีฟัน ครีมทาตา กระติกน้ำ) ที่เล่าให้ฟังเอนทรี่ก่อน
จริงๆ ก็มีกางเกงวอร์ม ไดรเป่าผม จานชามช้อนส้อม
เครื่องเขียน หนังกะติ๊ก ปลั๊กกับอะแดปเตอร์
แล้วก็ซีร็อกซ์เอกสารสำคัญมาเรียบร้อยแล้ว
...โคตรสะเปะสะปะเลย...
I actually both some stuff earlier, but put them in different places.
My room (which is usually messy) is now full of plastic bags and clothes.
Other than those three things I mentioned earlier (toothpaste, eye cream, and thermos), I already have exercise trousers, hair dryer, utensils, stationary, elastic bands, plugs and adaptors, and I also photocopied all important documents.
...What a mess!...
ถุงรีแลกคุมะสีเหลืองอันนี้ตาหมูซื้อมาให้ น่ารักมากมาย ชอบๆ
ปกติเอาไว้ใส่เงินตอนพาแขกไปเที่ยว คราวนี้จะได้ใช้ใส่เงินตัวเองซะที
ส่วนหลอดขาวๆ นั่นคือครีมทามือกลิ่นมะลิค่ะ ดัดจริตโน๊ะ
ซื้อมาจากบู๊ทส์ตามเคย ข้าวของที่นี่น่ากินไปหมด แม้แต่ของที่ไม่ควรกิน
เช่น แชมพูสตรอว์เบอร์รีผสมครีม สบู่เห็ดผสมแปะก๊วย
ตามมาติดๆ ด้วยลิปมันของโอเรียนทัลพรินเซส กลิ่นราสเบอร์รี อร่อยดี
The yellow Rilakkuma bag was from my Sweetie, I used to put the school's money in it when I took a guest out. Now it is time I shall put my own money in!
That white tube is Jasmine hand cream, hehe
I bought it from Boots. Things here look so delicious, even stuff we shouldn't be thinking of eating them, like Strawberry and Cream shampoo and Mushroom and Ginko soap.
The raspberry lip balm is from Oriental Princess.
นาฬิกาน่ารักมั้ยๆ เป็นนาฬิกาเครื่องซักผ้าหละ
นรานี่ใช้เงินเหมือนน้ำ แต่ของมันน่ารักอ่ะช่วยไม่ได้
ส่วนสุดท้ายเป็นแป้งปะหน้าธรรมดาๆ
Isn't the clock cute? Can you see it's the washing machine?
I know I've been spending money like water, but I can't help, they are all so cute!
The last one is just normal face powder.
และเนื่องจากนราต้องนั่งเครื่องรวดเดียวสิบสองชั่วโมง กรุงเทพไปลอนดอน
ก็เลยอยากจะหาอะไรทำตอนอยู่บนนั้น เพราะคิดว่าคงไม่หลับแหง
ถ้าไม่ใช่เพราะร้องไห้ ก็คงจะเมาเครื่องบิน
ว่าแล้วก็สอยหนังสือหนาๆ มาหนึ่งเล่ม เกือบห้าร้อยแน่ะ
กะว่าอ่านจบก็ถึงลอนดอนพอดี เผลอๆ จบก่อนอีกอ่ะ
Since I will have to fly twelve hours straight from Bangkok to London, I want to do something when I'm up there because I know I won't be sleeping, having air sickness, if not crying.
I ended up spending almost 500 Baht on this book.
Hope I will finish it just when I reach London, or maybe even before that.

"จำฉันได้ไหม"
หนังสือชื่อบาดใจ มากกกกกก
นวนิยายญี่ปุ่นที่ได้รับรางวัลโยโคมิโซ เซชิ ที่เป็นคนเขียนเรื่องคินดะอิจิยอดนักสืบอ่ะ ซื้อเพราะรางวัลแท้ๆ เลยนะเนี่ย เพราะไม่เคยได้ยินชื่อคนเขียนมาก่อนเลย ถ้าไม่สนุกจะเอาไปเผาถ่านที่ยอร์กให้ดู ฮึ่ย
'Remember Me?'
This name just pierces through me.
It's a Japanese novel winning Yokomiso Seshi Awards, you know, he's the man writing Kindaichi series. I truly bought it because of the name of the award on the cover since I didn't know the writer. If it's not good I'll burn it the first thing in York.
.......................
ฮ่าาา ไปซื้อมาแล้วจริงๆ นะเนี่ย
อุปกรณ์สรรค์สร้างความสร้างสรรค์ของนรา
พอกันทีกับสไบเฉียงและรำอวยพร!
ต่อไปนี้เป็นยุคของ มวยไทยยยย
อ๊าย นึกภาพตัวเองใส่แล้วอาย
เดี๋ยวใส่เมื่อไหร่จะถ่ายรูปกลับมา สร้างความดังให้ตัวเอง
Haha, I really got this 'creative' cultural thing, finally!
Enough with Thai traditional dress and Thai Classical Dance!
It's now the era of Muay Thaiiii
...So embarassed thinking of myself wearing this thing...
I'll surely get photos of me wearing this and send it to Bangkok U.,
just making myself famous hehe

ภาพต่อไป ถ้าใครมาเม้นท์ว่านมแบน
นราจะไปปล่อยไวรัสเข้าคอม คอยดู๊
If I ever get comments telling me I'm flat as a surfboard in the next photo, I'll let the Trojans crash your computer, understand?


เออค่ะ รู้แล้วว่านมแบน แต่ดูแค่ชุดกันเถอะได้โปรด
เอาไว้เผื่อออกงานค่ะ ผ้าฝ้ายสีดำธรรมดา สองร้อยเอง
ถ้าไม่ได้ออกงานกลางคืนก็ยังใส่เป็นชุดธรรมดาวันที่ไม่หนาวมากได้
ใส่ออกมาแล้วโอเคเลยแฮะ นึกว่าจะเหมือนชุดนอนซะอีก
Right, I know I'm flat, but please, just look only at the dress, please!
This dress is for formal night. It's cotton, and it's only 200.
I can still wear it as a normal dress in a warm day, if not in the night gala.
It looks okay when I wear it. I thought it would look like a pyjama.
............................
วันนี้ตอนเย็นไม่ค่อยดีเท่าไหร่ โดนผู้ใหญ่ดุเรื่องไม่ไปรายงานตัวกับคณบดี
พอไปโลตัส จะซื้อแชมพูกับลิปกลอส โอ้โหคนแม่งเยอะเหมือนแจกฟรี
หมดอารมณ์เดินเลย
แต่ก็อยากจะบอกว่า ชาโออิชิรสใหม่ รสพีช อร่อยอ่ะ
หอมเหมือนลูกพีชจริงๆ รสก็เหมือน ทั้งๆที่มันอาจจะไม่มีน้ำพีชอยู่ในนั้นสักกะหยด
ไม่หวานเทียมเหมือนอีกยี่ห้อที่ดังๆ ด้วย อะไรลิบๆ ตันๆ นั่นน่ะ
It's a bit sucks in late afternoon since I was complaint about how I didn't go see the Dean. Once I got to Tesco, I wondered if they're having freebies festival because it seemed like half of the world population were there and that killed my mood.
Just want to tell you that the new Oishi tea, Peach Tea, is quite good.
It smells like real peach and it tastes like one, though it might not contain a single drop of peach juice at all.
This tea is not so artificially sweet like another brand, the *cough* Lipton *cough*


ขวดสวยอีกตะหาก
The bottle is also nice.
........................
ใบตอง งองๆ
ตอนนี้เริ่มเบื่อหละ ซิมส์สาม
ทำปณิธานไม่สำเร็จซะทีง่ะ
มุกกุกู้
ยินดีด้วยนะคะที่สบายดี เอาชีวีรอดมาจากการสอบได้
อยากว่างมั่งอ่ะ ขี้เกียจไปหมดเลยตอนนี้
อยากเจอมุกเหมือนกันนะคะ แต่บ้านมุกไกลอ่ะ
ทำไงดีไม่ให้มุกต้องเดินทางไกลๆ คะ

วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

Now I Shall Fall on My Knees...


วันนี้ท้องฟ้าขมุกขมัวตั้งแต่เช้า เหมือนอารมณ์เราเลย
มืดหม่น หมองมัว และซึมเซา
บางทีเราก็ตอบไม่ได้ว่าทำไมอารมณ์ถึงดำดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดได้อย่างนี้
รู้แต่ว่าเหนื่อย เบื่อ ดูทุกอย่างมันเคว้งคว้างไม่มีจุดยึด
..............................

เราเดินมาบนเส้นทางนี้เพราะอะไร?
เพราะใคร?
เพื่อใคร?
นี่คือสิ่งที่ดีแล้วหรือ
ดีแล้วหรือเปล่า
อีกห้าปีต่อจากนี้
เราจะเป็นเหมือนตุ๊กตาหน้าหมูไขลานที่เดินเป็นวงกลมไปเรื่อยๆไม่จบสิ้น
ตามวงจรความฝันของคนที่รักและหวังดีต่อเราหรือเปล่า
....................................

เศรษฐกิจไม่ดี การเมืองแย่ คนตกงานเป็นร้อยเป็นพัน
ผลักดันให้เรามาอยู่ตรงนี้
เราไม่กลัวตกงาน เราไม่กลัวการเดินเตะฝุ่นหางาน
แต่มีหลายคนเขากลัวแทนเราเสียนี่
เราจะอกตัญญูไหมถ้าไม่ทำตามที่ผู้ใหญ่ที่มีพระคุณอยากให้ทำ อยากให้เป็น
เราจะเป็นเด็กเนรคุณหรือเปล่า
เวลาพ่อแม่ยิ้มแย้มอย่างภาคภูมิใจว่าลูกสาวเป็นอาจารย์ทุน
เราควรจะรู้สึกดีว่าได้ทำให้พ่อแม่มีความสุขสมหวังใช่ไหม
.
.
ไม่ใช่หน้าชื่นอกตรมแบบนี้
.....................................

ขอโทษด้วยค่ะที่วันนี้มาแบบเศร้าๆ
แต่ก็ไม่ไหวจริงๆ
เหมือนเวลาที่จะต้องเป็น "สิ่งที่คุณก็รู้ว่าอะไร" มันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
สัปดาห์ที่สามของเดือน นราต้องเข้าอบรมอาจารย์ใหม่แล้ว และต้องสอบสอนด้วย
มันไม่ใช่อาชีพที่เลวร้าย เป็นอะไรที่มีเกียรติมาก
แต่มันไม่ใช่นรา นราทำได้
แต่มันไม่ใช่นรา

ทำไมคนเราถึงต้องจบนอกให้คนไทยด้วยกันยอมรับว่าดี
ทำไมคนที่ไม่เคยเห็นนราเรียนหนังสือเลยถึงมาบอกว่านราเป็นคนวิชาการ
(แสดงว่าไม่เคยเห็นตอนโดดไปเล่นเกมละซิท่า ถ้าเขามาอ่านตอนนี้มีหวังโกรธไฟลุกแหงๆ ฮ่าๆ)
ทำไมเราต้องสานฝันของคนอื่นด้วย
........................................

เพื่อเป็นการไถ่โทษที่ทำให้ต้องมาอ่านเรื่องศาลาคนเศร้า
วันนี้มีเมนูประหลาดมาฝากค่ะ
ตอนเดินกลับบ้าน ไม่รู้คิดไร
อยากทานมะเขือยาวทอดขึ้นมา เลยแวะซื้อ
กับผักบุ้งกำนึง เหี่ยวๆแล้วเพราะซื้อตอนเย็น


ในหนังสือเรื่อง Bella Tuscany โดย ฟรานซิส เมเยส
เขาพูดถึงอาหารอย่างหนึ่งของชาวใต้ที่น่าทานมาก คือมะเขือเทศทอด
หั่นมะเขือเทศ จะแดงหรือเขียวก็ได้ตามชอบ ให้หนาสักครึ่งนิ้ว
ชุบแป้งบางๆ แล้วเอาไปทอด กินกับครีมและข้าวโพด
น่าอย่อยยยย
แต่นราไม่ชอบมะเขือเทศ เอามะเขือยาวมาก่อนแล้วกัน
ส่วนแป้งก็ไม่ต้อง เพราะขี้เกียจล้างชามเขลอะๆ ใช้ไข่นี่แหละง่ายดี

หั่นมะเขือยาวเป็นแว่นๆ ไม่หนาไม่บางเกินไปค่ะ
เลือกมะเขืออ่อนๆนะ ถ้าแก่แล้วเม็ดมันขม เนื้อมันจะซ่าๆด้วย


ทีนี้นราก็ตีไข่ ปรุงรสไข่ด้วยซีอิ๊ว กระเทียม และพริกไทย
ตั้งกะทะร้อนๆ น้ำมันท่วมๆหน่อย รอให้ร้อนค่ะ
พอร้อนจัด (อย่าให้ไฟลุกล่ะ) ก็เอามะเขือที่ชุบไข่ไว้แล้ว หย่อนลงไปทีละชิ้น
กลับไปมาอย่าให้ไหม้
น้ำมันต้องร้อนจัดนะคะ แบบหย่อนลงไปแล้วก็ฟูเลย
ไม่งั้นไข่ด้าน จะอมน้ำมัน (ไปมากกว่านี้)
แล้วก็จะรสชาติเหมือนไข่เจียวธรรมดา

แจ่นแจ๊น เสร็จแล้ว
ไข่มันจะเป็นฟูๆบางๆกรอบๆค่ะ


ไข่นราชุบไม่หนามาก พอเคลือบกรอบๆค่ะ
ส่วนมะเขือยาวนะ หูยยยย อย่าให้เซด
เนื้อแทบจะละลายเป็นครีมเลยอ่ะ หวานด้วย
ตรงที่เป็นเม็ดก็กุบๆหน่อย พอไหวค่ะ

คราวหน้าจะลองทำมะเขือม่วงทอดมั่ง

อวดแมวซักหนึ่งช็อตก่อนจาก


น้องหน้าวัว To Go ฮ่าๆๆ
เพราะขี้เหร่เลยโดนแกล้งอยู่เรื่อย
ตอนนี้ตั้งตัวเป็นเจ้าแม่ไล่กัดชาวบ้านเขาบ้างละ
...............................

ขอบคุณทุกๆคนที่เป็นกำลังใจให้นรานะ
อยากเจอเพื่อนๆทุกคนเลยจ้าาา

วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2552

My Sister's Sandwich

จ่างจ๊าง~
ในที่สุดก็มีกับเขาจนได้
บล็อกของกินฤดูร้อน ลันลา

แต่ไม่ได้ทำเองหรอกนะ
น้องสาวทำ ฮิ ฮิ
นรากลับจากทำงานมาปุ๊บ ก็มีของอร่อยไว้รอ
โอ้โห ความฝันตามมาตรฐานชายไทยเลยนะเนี่ย

น้องสาวบอกว่าแซนด์วิชนี้ชื่อ
"แซนด์วิชวันหยุดสุดว่าง"
ว่างตรงไหนฟะ เห็นออกไปทำงานทุกวัน (น้องทำงานที่เอสแอนด์พี)
แต่ก็ช่างเหอะ แซนด์วิชของเขานี่หว่า
เอ้า ของที่ต้องมีก็ได้แก่ ขนมปังปิ้งกรอบๆ ชีสแผ่น แฮม และน้ำสลัดหรือสเปรดตามชอบ


ก่อนอื่นก๊อเอาน้ำสลัดละเลงขนมปังปิ้งก่อนค่ะ ดูขนมปังมีความสุขที่ถูกโลมไล้ด้วยไม้พาย


จากนั้นก็เอาแฮมและชีสแผ่นปะลงไป
อาจจะดูรุ่งๆริ่งๆเหมือนแฟรงเกนสไตน์นิดหน่อย ไม่เป็นไร
คือเราเก็บวัตถุดิบทุกเม็ด เหลือเศษนิดเศษหน่อยก็เอามาใส่ให้หมด เสียดายของ


จากนั้นก็จัดการเลาะขอบค่ะ ระวังนิ้วด้วยนะคะ
แล้วก็หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมจัตุรัสตามเขตแดนไม้จิ้มฟันที่ปักไว้


ทาดาาาา...!!
แล้วแซนด์วิชขนาดเลี้ยงได้ทั้งกองพันก็เสร็จเรียบร้อย
เหมาะสำหรับการเอาไปปิกนิก หรือกินเป็นมื้อด่วนยามเช้ามาก
นรากินเข้าไปซะครึ่งถาด ตอนนี้จุกแอ้ก
หายใจไม่ออก
คอเรสเตอรอลบีบเส้นเลือดเหมือนคนเสื้อสีวันอาทิตย์บีบให้นายกฯลาออกยังไงยังงั้น


จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร
ออกจะง่ายและธรรมดาด้วยซ้ำ
แต่ชื่นใจฝีมือน้องค่ะ หายากนะแบบนี้
แล้วเราก็ไม่ต้องทำกินเองด้วย
(ขี้เกียจนั่นเอง ฮ่า ฮ่า ความจริงเปิดเผยแล้ว)
ปล. อันที่จริงนราทานเจเล่ไลท์ตบท้ายด้วยนะ จะได้ผอมๆ แต่นั่นหลังจากที่กินแซนด์วิชครึ่งถาด เค้กหนึ่งชิ้น แล้วก็เลย์ครึ่งถุงเข้าไปแล้วนะ ฮาาา
...................................................

คำคมวันนี้
อย่าเลี้ยงหมา ถ้าคิดจะรักมันเฉพาะตอนเป็นลูกหมา


น้องหมาตัวนี้ ไม่รู้มันชื่ออะไร
แต่เห็นมันครั้งแรกตอนที่เป็นลูกหมาตัวอ้วนกลม น่ารัก น่ากอด
ที่เพื่อนบ้านหลังหนึ่งเอามาเลี้ยง

เขาเอาปลอกคอสีชมพูให้ใส่ กอดรัดฟัดเหวี่ยงทุกวัน
เรียกน้องหมาหวานๆ ยิ่งกว่าคนรักกันซะอีก

แต่พอน้องหมาเริ่มโต เริ่มหมดความน่ารัก
เขาก็เอาปลอกคอคืน แล้วขับไล่ไสส่งมันมานอนข้างนอก
ข้าวไม่เคยเห็นให้กิน แม้คืนฝนตกก็ไม่เปิดประตูรั้วให้เข้ามานอน
ปล่อยให้น้องหมาชะเง้อคอมองกลางสายฝนอย่างน่าเวทนา

น้องหมาร่างกายผ่ายผอม อาศัยเศษอาหารจากบ้านคนใจบุญ
ก่อนจะพลาดท่าเสียทีให้หมาหนุ่มไม่ปรากฏชื่อนามสกุล
แล้วปู๊ดลูกหมาออกมาอีกแปดตัว! แปด!
ซึ่งก็อีหรอบเดิม เพื่อนบ้านรายนี้เก็บลูกหมาไว้ข้างใน
ไม่ให้แม่หมาเข้าไปเลี้ยง
พอโตได้สักหน่อย ก็เอาไปไว้ในดงหญ้ารกข้างๆ ให้อยู่กันตามมีตามเกิด
ตอนนี้จากแปด เหลือสอง
ไม่รู้เสร็จไอ้เหลือมไปกี่ตัว

นี่แลเขาถึงว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่เดรัจฉานที่สุดในโลก
เพราะสัตว์ที่เราเรียกกันว่าเดรัจฉาน มันก็แค่ทำตามสัญชาติญาณ
แต่มนุษย์เรามีการศึกษา มีศีลธรรม เลือกได้ว่าจะทำอะไร ยังไง
แต่กลับทำตามสัญชาติญาณสาดดด...ชุ่ยๆ ซะงั้น ง่ายดี สบายใจ๊

นี่ถ้าน้องหมาพูดได้ เค้าคงพูดว่า...


((เซ็งเป็ด))

เออ แล้วหัดดูแลลูกบ้านแกซะมั่งนะ
สปอยล์ซะจนแทบจะเป็นมหาราชเด็กจัญไรอยู่แล้วนั่นน่ะ
(ขอแนะนำให้อ่านเรื่อง 'เจ้าหนู' โดยฟรองซัวส์ โมริยัค)
.....................................

เริ่มด้วยแซนด์วิช มาที่เรื่องหมา แล้วจบที่ด่าชาวบ้านได้ไงเนี่ย
ฮิ ฮิ
อากาศร้อนแล้วสมองเลื่อนเปื้อนค่ะ

ปล. ดิอั๊นได้ทำการแก้ระบบแสดงความคิดเห็นให้ใช้ได้ทุกคนโดยไม่ต้องใช้ Gmail แล้วนะคะ เรียนเชิญท่านผู้ใจบุญแสดงความเห็นเป็นศรีแก่บล็อกของดิอั๊นด้วยเทอญ เม้นท์วันนี้ลุ้นชิงโชคเที่ยวกรุงเทพ-ลาสเวกัสฟรีสามวันหกคืน

วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2552

Bound to Bookfair

เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว หลังจากตรากตรำงานมาทั้งสัปดาห์
ก็ถึงเวลาลั้นลาที่รอคอย เอิงเอย
ก็งานหนังสือนั่นเอง ครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ ไปหาเอาเอง
ควงหมูเติ้ลไปด้วย
..........................................

ขอย้ำ ว่านี่คืองานหนังสือ
หาใช่ห้างร้านการกุศลแจกสินค้าฟรีไม่
คนเยอะมากกก แค่เห็นก็เหนื่อยแล้ว
กะว่าคงไม่ต้องเดิน ยืนเฉยๆ เดี๋ยวกระแสคลื่นมหาชนก็คงพัดพาเรา
ไปจนถึงที่หมายจนได้แหละ


เดิน (หรือไหล) ประมาณสองชั่วโมงเศษ ก็ครบทุกจุดเป้าหมาย
บอกตามตรง ปีนี้ไม่ค่อยประทับใจเลย
ได้หนังสือมาไม่กี่เล่ม (แต่ก็หมดไปพันห้า เหอะ เหอะ)
คินดะอิจิ ที่รอมาครึ่งปี ก็ออกเล่มสิบห้ากับสิบหกแล้ว
เสียดาย เล่มนิดเดียวเอง
อยากอ่านหนาๆ อ่ะ
ขอบอกหน่อยเถอะ ว่ายิ่งทำออกมา หน้าปกยิ่งไร้รสนิยม
เอะอะอะไรก็เลือดหยด เลือดเยิ้ม
หน้าปกดีๆ น่ากลัวแบบคลาสสิกๆ อย่างเล่มสาม บทเพลงปีศาจ
หรือเล่มสอง หมู่บ้านแปดหลุมศพ
ไปไหนหมดแล้วยะ
หรือคิดไรไม่ออก ก็เอานางแบบมานุ่งน้อยห่มน้อย
เอาน้ำแดงเฮลบลูบอยราด จบ
มรึงไม่เอานมข้นราดทับไปอีกทีด้วยเลยล่ะ เป็ดเอ๊ย
ชินจังก็ยังไม่ออก เซ็งกำลังสอง
...................................

เจอไอ้ตัวนี้ด้วย กิโรโร่ น่าร้ากกก
ถ่ายรูปมาซะหน่อย

ตาหมูก็ถ่ายด้วย

พอถ่ายรูปเสร็จ ก็มาคุยกันว่า
ไอ้คนข้างใน มันต้องเป็นผู้ชายแน่ๆ
ดูมันถ่ายกะเติ้ล คล้องแขนธรรมดา
แต่ถ่ายกับนรา โอบไหล่ แนบชิดสุดๆ ประมาณว่า
แก้มแนบแก้ม
แต่มู้หมูจะมาหึงไม่ได้นะค้า ฮิ ฮิ
ก็เค้าเป็นแค่กบนะตัว

ก่อนจะเดินจากมา คุณกิโรโร่ยังเอามือนราไปจูบ
บ๊ายบายท่าทางหวานจ๋อย
เอาน่า ถึงเราจะหน้าตามาตรฐานหญิงไทย
และไม่มีหนุ่มใด นอกจากหนุ่มก่อสร้าง มาวี้ดวิ้ว
แต่อย่างน้อย ครั้งหนึ่งในชีวิต ก็มีกบต่างดาวมากรุ้มกริ่มกะนรานะคะ
.....................................

ร้อนว้อยยย
เมื่อไหร่หน้าร้อนจะหมดซะที
พัดลมไม่ได้ช่วยอะไรเลย
นี่ ดูซะ แม้แต่น้องหมายังทนไม่ไหว
ต้องเข้าไปหลบร้อนในเซเว่นอีเลฟเว่น


เป็นน้องหมาที่ฉลาดมาก รู้จักหาวิธีดับร้อน
แถวบ้านนรามันนอนหน้าประตูเฉยๆ ไม่กล้าเข้า
แล้วนี่เขาไม่ได้มาตัวเดียวนะ
เขาชวนเพื่อนมาด้วย


นั่งกันเรียบร้อย ไม่เห่า ไม่เกะกะ ไม่อึ ฯลฯ
สุภาพและมีมารยาทดีจัง
ไม่เหมือนเด็กบางคน ที่พ่อแม่ปล่อยมาเล่นในเซเว่น
ปล่อยให้ลูกมาวิ่งเกะกะในร้าน กดสเลอปี้เล่น
ทำของขายเจ๊ง และตะโกนโหวกเหวก
อาย Dog มั่งแมะ


ร้อนๆ ยังงี้ ไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรเลย
ถ้าเหงื่อหยดหนึ่งที ได้ตังค์หนึ่งบาท
ป่านนี้รวยแล้วแหละ
ว่าแล้วก็ไปอาบน้ำดีฝ่า
เผื่อจะหายปากหมาไปด้วย ฮ่า

บิ้วค่ะ