แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ต่างชาติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ต่างชาติ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2553

Thunderstorm

ตอบจดหมายจากทางบ้านก่อน
โมมดจิ
ถ้ามาคงให้ซ้อนท้ายจักรยานไม่ได้อ่ะค่ะ ผิดกฏหมาย ดีไม่ดีพากันกลิ้งลงเนินทั้งคู่ ยิ่งตอนปั่นขึ้นเนินหน้าหอนะ ไม่อยากจะเซด เห็นมันไม่ชันเท่าไหร่ทำไมหนืดงี้ฟะ เข่าแทบป่น
มะแอ้
ไม่ต้องห่วงตอนนี้ Tokyo Drift สุดๆ สามารถปั่นไปกลับตามถนนใหญ่จากหอไปห้องสมุดกับหมู่บ้านท้ายมหาลัยได้แล้วโดยไม่ลังเลเวลาเจอรถที่วงเวียน ปาดหน้าแม่งเลย ยังไงมันก็ต้องหยุดให้เรา ฮะเหย ฮะเหย
.
วันก่อนได้รับ shocking news จากคณะ
ว่าที่สมัครเรียนต่อป.เอกไปน่ะ ไม่ผ่าน
ในจดหมายให้เหตุผลว่า เพราะคุณยังไม่จบป.โท เรายังไม่เห็นวิทยานิพนธ์ของคุณ ไม่รู้ว่าคุณจะได้คะแนนสูงพอสำหรับป.เอกหรือเปล่า ตอนนี้มันกระชั้นไปนะ ไว้สมัครปีหน้าก็แล้วกัน
ความฉิบหายมาเยือน
จำได้ว่าตอนนั้นเปิดเพลงฮิปฮอปของนิคกี้ มินาจอยู่ อารมณ์แบบลดฮวบกะทันหัน ต้องปิดเพลง แล้วนั่งนิ่งๆ เอ๋อๆ แสดงความเคารพต่อหน้าท่านอีเมล์ผู้กำหนดชะตาชีวิต
พอตั้งสติได้แล้วก็โทรหาอาจารย์ที่ปรึกษา เดชะบุญวันนี้ท่านอยู่ในออฟฟิศ ปกติจะตระเวนเดินสายทั่วโลก นานๆได้เจอที
ได้ความว่า
เพราะเขายังไม่เห็นวิทยานิพนธ์ของเรา ทางคณะเลยตัดสินจากผลการเรียนในเทอมที่ผ่านๆมา ซึ่งนราได้คะแนนไม่ผ่านเกณฑ์ที่เขาต้องการ คือ 60 ขึ้นไป นราได้ 66 แค่วิชาเดียว ที่เหลือคือ 57 55 และ 51 -_-
(ต่ำลงเรื่อยๆ สมควรแล้วที่เขาไม่เอา)
สรุปแล้วคือ นรายังไม่ดีพอ
สำหรับเทอมเดือนตุลานี้ หมดหวัง เข้าเรียนไม่ได้
รออีกที มกราคมเดือนหน้า ซึ่งมันก็เฉียดฉิวมาก เพราะกว่าคะแนนป.โทจะออกก็เดือนพฤศจิกายน
แต่ปัญหาคือ สามเดือนกว่าจะถึงมกรา กรูจะไปอยู่ไหน จะทำอะไร ยังไง
เป็นความลับดำมืดที่แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่รู้
.
ข้อดีของการที่เราเจอเรื่องเฮงซวยในชีวิต
คือการที่เราจะได้รู้ว่า ใครมั่งที่อยู่เคียงข้างเราเวลาเราอยากตายสุดๆ
เพื่อนคนอังกฤษที่เรียนป.เอกที่นี่อยู่ ชื่อแซม พอรู้ว่านราโดนปฎิเสธจากมหาลัย ก็มาหาที่หอเลย ถามว่าเป็นอะไรมั้ย มีอะไรให้เขาช่วยได้มั้ย เสนอตัวจะช่วยเรื่อง research proposal สำหรับสมัครครั้งต่อไป นราประทับใจมากเลยที่เขาพูดอย่างหนึ่ง
"Well there's nothing you can do now, but what WE can do is that WE are gonna make your dissertation good enough for York to accept you"
น้ำตาไหลเป็นอ่างอ่ะ
.
เพื่อนจำนวนมาก ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง ทั้งที่อยู่ไทยอยู่ยอร์ก ต่างพากันมาปลอบใจหมาขี้แพ้ในเฟซบุ๊กกันล้นหลาม เป็นกำลังใจให้นรามากมาย ก็ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
เจ้าของบ้านคนที่นรากะว่าจะย้ายไปอยู่ด้วยเดือนกันยานี้ ตอนนี้แกอยู่ฝรั่งเศส ไปทำงาน แต่พอนราเมล์ไปอธิบายสถานการณ์ให้เขาฟัง เขาก็โทรกลับมาหา ถามว่าเป็นอะไรมั้ย ถ้าบอกว่าแกร้องไห้ด้วยจะเชื่อมั้ยเนี่ย แต่เรื่องจริง แบบว่าเสียงเขาสั่นๆแล้วบอกว่า ไม่อยากให้เราไปเลย มีอะไรให้เขาช่วยก็บอกนะ ไม่ต้องเกรงใจ ใช้ชื่อเขาเป็น supporter ก็ได้
นราก็เอ้า ซาบซึ้งกินใจ
.
ถามว่าตอนนี้เครียดไหม
เครียดฉิบหาย
ผมร่วง นอนไม่หลับ หัวใจมันกระสับกระส่าย
เหมือนคนไม่บาย ใจหายมาหลายคืน
(ยังจะตลกแดกนะเมิง)
ไม่รู้จะทำยังไง ทำอะไรก่อนหลัง
ทางออกน่ะมันก็มี แต่มันมีปัญหาเบ้งๆรออยู่ทุกประตูทางออกเลยอะดิ
ถ้าเลือกเปลี่ยนวีซ่าเป็นวีซ่าสำหรับทำงาน ต้องมีเงินในบัญชีมากกว่า 800 ปอนด์ไม่ต่ำกว่าสามเดือน แล้วนรามีที่ไหนล่ะนะ เงินเดือนเดือนนึงสี่ร้อยเองเหอะ
ถึงเขาอนุญาตให้ใช้สเตตเมนท์ของพ่อแม่ได้ นราก็ไม่รู้ว่าเขามีเงินจำนวนนั้นอยู่ในบัญชีหรือเปล่า หาเรื่องเดือดร้อนให้เขาอีก
ถ้าเลือกจะหาอะไรเรียนไปพลางๆสามเดือนเพื่อรอเรียนต่อป.เอกปีหน้า แน่นอน ต้องใช้เงินมากมายมหาศาล ไหนจะค่าเรียน ค่าใช้จ่าย ค่าทำวีซ่าก็แพงจะตายห่าแล้ว
แล้วนี่ยังไม่รู้เลยว่า ม.ที่ไทยจะว่าไง จะให้อยู่ต่อไหม หรือจะให้กลับ
ชีวิตสับสนมาก ความรู้สึกตอนนี้เหมือนแมงวันโดนครอบอยู่ในขวด
ได้แต่บินชนผนัง บี่ซซซ บี่ซซซ บี่ซซซ
.
เอาเป็นว่าวันจันทร์จะไปคุยกับเจ้าหน้าที่มหาลัย ขอคำปรึกษาดูว่าเราจะทำอะไรได้มั่ง
นราใช้หลักเหตุผลร่วมกับหลักสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกแล้ว
บนไว้ว่า ถ้าสามารถอยู่ในอังกฤษได้ต่อจนกว่าจะปีหน้าโดยไม่มีปัญหา มีคนให้ทุนซัพพอร์ท ได้วีซ่าฉลุย และปีหน้าได้เรียนป.เอก (ไม่ยอร์กก็ลีดส์) จะงดเว้นเนื้อสัตว์ทุกชนิดไปตลอดหนึ่งปี เอาจริงนะเนี่ย
ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าโชคชะตาจะเลิกเล่นตลกกะชีวิตซะที
อาจจะเป็นเหมือนที่โมมดจิบอกก็ได้ คือนราเป็น Trouble Magnet ดึงดูดแต่เรื่องซวยๆเข้ามาในชีวิต
เมื่อไหร่จะมีเรื่องดีๆมั่งว้า
.
ตัวเลือกสุดท้าย ถ้าสองวิธีข้างบนไม่เวิร์ก
คือหาใครสักคนที่ถือสัญชาติอังกฤษมาแต่งงานด้วย
ฮ่าาาาาาา ความคิดชั่วร้ายจริงๆ
แต่น่าแปลกมากนะ พอลองถามแซวๆเพื่อน ปรากฏแม่งเก็บไปคิดจริงแฮะ
มันบอก "well I got nothing to lose when you divorce me, so I think it's alright. When do you wanna get married?"
เล่นเอาปฏิเสธแทบไม่ทันฮ่ะ
หนุ่มอังกฤษนี่ ใจง่ายจริง อิอิ
.
คำคมประจำวันนี้
Nothing goes according to plan

วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2553

Money Is A Biggie!

ใครที่รู้จักนรา
จะรู้ว่านราเป็นมนุษย์ที่จัดการอะไรให้เป็นระเบียบได้เฮงซวยมาก เลินเล่อที่หนึ่ง ผลัดวันประกันพรุ่งอีกอ่ะ พูดง่ายๆคือเป็นคนชุ่ย เป็นอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แก้ไม่หาย บางทีก็ซวยเพราะความชุ่ยของตัวเอง บางทีก็ต้องมานั่งเสียใจทีหลังกับความไม่รอบคอบ
เอาเป็นว่าวันนี้ขอเอาเรื่องที่เพิ่งเกิดสดๆร้อนๆ มาแฉเป็นอุทาหรณ์แล้วกันนะ
เผื่อจะเป็นประโยชน์กับใครก็ตามแต่ที่กำลังจะมาอังกฤษ แล้วเปิดบัญชีที่นี่
.
ตอนนรามาอังกฤษใหม่ๆ แน่นอนว่ายังไม่มีบัญชีเป็นของตัวเอง
ไปไหนมาไหนพกเงินเป็นฟ่อน จนล่วงเข้าเดือนพฤศจิกายนแล้วนั่นแหละถึงได้มีบุญตามเพื่อนไปเปิดบัญชีกับเขาบ้าง ได้บัตรเดบิตมาใบหนึ่ง
ไอ้บัตรนี้มันช่างแสนสบาย เงินสดไม่พอก็รูดเอาก่อนได้ สะดวกเหลือแสน
แถมใช้ซื้อของทางอินเตอร์เน็ทได้อีกแน่ะ
นรา จากเด็กน้อยหลังเขาที่ไม่รู้เรื่องห่าเหวอะไรเกี่ยวกับเงินพลาสติกเลย ก็มีความสุขกับความสะดวกสบายที่ว่านี้มาก
.
พออยู่นานไป เริ่มชิน เริ่มมีการซื้อของซื้อบริการผ่านการหักเงินโดยตรงจากบัญชี
เช่น ฟิตเนสเซนเตอร์ กับค่าโทรศัพท์ ถึงเวลามันก็จะหักเงินออกโดยอัติโนมัต
นี่แหละ จุดเริ่มต้นของเรื่อง
เอาง่ายๆเลยคือ นราเอาเงินประจำเดือนที่ได้จากม.ที่ไทยย้ายไปใส่ในบัญชีอังกฤษไม่ทัน มันตัดเงินค่าโทรศัพท์ไปก่อนแล้ว
ซึ่งตอนนั้นในบัญชีเหลืออยู่สามปอนด์ ค่าโทรศัพท์สิบสามปอนด์ มันจะไปพอได้ยังไง
เงินในบัญชีก็เลยกลายเป็นติดลบสิบปอนด์กว่า ซึ่งตอนนั้นนรายังไม่รู้ เพราะนานๆจะเข้าไปเช็กแบงค์สเตตเมนท์ออนไลน์ซะที
หลังจากนั้นสิบวัน เงินมา นราถึงได้ย้ายเงินจากบัญชีกรุงไทยไปใส่บัญชีธนาคารอังกฤษ สามร้อยปอนด์
.
ปรากฏ เมื่อวานนี้ ได้รับจดหมายจากธนาคาร บอกว่าเราใช้เงินเกินบัญชี ถือว่าเป็น overdraft service คือทางธนาคารออกเงินส่วนที่เกินมาให้ก่อน โดยจดหมายที่ว่าเนี่ย บอกว่าให้ใช้เงินคืนให้เร็วที่สุดด้วย ซึ่งก็ไม่มีปัญหา เพราะนราเอาเงินเข้าบัญชีไปแล้ว
แต่ๆๆๆ จดหมายแผ่นที่สองนี่สิ ทำเอาขนหัวร่วงกราว ตรงไหนมีขนมันร่วงหมด เพราะมันเป็นจดหมายอธิบายค่าปรับของธนาคาร
1. เมื่อใช้เงินเกินบัญชี จะมีค่าปรับรายเดือนทันที สิบห้าปอนด์
2. ทันทีที่ให้ธนาคารออกเงินให้ก่อน ธนาคารจะถือว่าเป็นการกู้ยืม เพราะงั้นเงินที่ยืมไปคิดดอกเบี้ย 1.48%
3. และควรจะโอนเงินส่วนที่ต่างเข้าบัญชีทันที เพราะมันชาร์จวันละหกปอนด์สำหรับยอดเงินไม่เกินยี่สิบห้าปอนด์ และมากกว่านั้นตามสัดส่วน
โหดฉิบหาย ยืนอ่านจดหมายนี่รู้สึกได้เลยว่าเลือดไหลซิบๆลงมาตามแผลที่โดน ตัวงี้แบนเลย โดนรีดไถ (แต่ถึงไม่รีดก็แบนอยู่แล้ว)
บอกตามตรงวินาทีนั้นใจสั่นมาก มือเท้าเย็น ปากชา หิวข้าวด้วย ใจหวิวๆ พยายามปลอบใจตัวเองว่าเค้าคงไม่ปรับเรามั้ง เมื่อวานเข้าไปเช็กยอดเงินก็เห็นมีเท่าที่ถอนใช้ไป ไม่มีโดนปรับหนิ แต่อีกใจก็บอกว่า ถ้าเขาไม่ปรับเมิงแล้วเขาจะส่งจดหมายมาบอกเมิงทำไม
ปรึกษาเพื่อนอังกฤษ เขาก็บอกว่าให้โทรไปถามจะดีกว่า
นราก็โทรไป ด้วยใจที่สั่นไหวและมือที่สั่นเทา
.
คุยเสร็จ เครียดเลย ปวดหัว
สรุป โดนชาร์จจริงๆ 75 ปอนด์เนื้อๆ
ค่าปรับรายเดือน 15 ปอนด์ ค่าปรับรายวัน วันละหกปอนด์อีกสิบวัน เป็น 60 ปอนด์ สิริรวมเลขสวยแต่ซวยคนจ่ายคือ 75 ปอนด์
จะหักออกจากบัญชีเดือนกันยา
นราเพิ่งโดนฟิตเนสเซนเตอร์ชาร์จเพิ่มไปจนถึงเดือนกันยามาหยกๆเพราะไปยกเลิกสมาชิกไม่ทัน จะโดนอีกแล้วหรอเนี่ย จ่ายพร้อมกันทั้งค่าฟิตเนสทั้งค่าปรับเดือนหน้านี่ แดกขยะเปียกแน่ๆ
วิงเวียน ตาลาย ไม่รู้จะทำไง เลยโทรถามเพื่อนคนเดิม เพื่อนบอกไปคุยที่สาขาที่เราเปิดบัญชีไป
.
นราขึ้นรถเมล์ เชื่อมั้ยจำไม่ได้เลยมาถึงเมืองได้ไง เมื่อไหร่ คือมันเหม่อมาก ในหัวคิดแต่ว่า ทำไมๆๆๆๆกูถึงได้ชุ่ย ทำตัวเองซวยเป็นประจำอย่างนี้วะ
เงินตั้งขนาดนั้น ไอ้มีจ่ายนะมีอยู่หรอก แต่มันจะไม่เหลือแดกไง ถึงได้เครียด
ทุกวันนี้ก็แทบจะต้องขโมยอาหารเพื่อนกินอยู่แล้ว
เตรียมเอกสารไปบาน แต่งตัวเรียบร้อย สร้างภาพว่าปกติชั้นไม่ได้ยากจนจนต้องรูดเงินเกินหรอกนะยะ แต่มันเป็นอุบัติเหตุ
ไปถึงก็ทำหน้าน่าสงสารสุดฤทธิ์ เล่าให้เขาฟังอย่างละเอียดว่างี้ๆๆๆ เงินจากไทยมันมาไม่ทันค่ะ เพราะงั้นเดี๊ยนไม่ผิดนะคะ อีกอย่างตอนเปิดบัญชีไม่เห็นมีใครบอกเลยว่าใช้เงินเกินจะโดนปรับหลังอานอย่างนี้
เจ้าหน้าที่เขาก็อ่านๆๆ พยายามหาช่องโหว่ของสัญญาให้เรา สุดท้ายก็บอกว่า เพราะเราไม่เคยเบิกตังค์เกินมาก่อน คราวนี้จะยกเลิกให้ แต่ห้ามใช้เงินเกินอีกภายใน 12 เดือน คราวนี้ช่วยไม่ได้แล้วนะ
นรานี่พยักหน้าด๊กๆๆเหมือนนกหัวขวาน แทบจะคลานไปกราบตีนเขาอยู่แล้ว อะไรก็ได้ค่าขอให้ไอ้เงินจำนวนนี้มันไม่ต้องมาเกี่ยวข้องกับหนูเป็นพอ
สุดท้าย ถือว่าสวรรค์ยังเมตตา ฟ้ายังมีใจ รอดตัวมาได้ ไม่ต้องจ่ายเงินเดือนหน้า ไม่ต้องแดกแกลบแทนข้าว
.
ข้อคิดประจำวัน
แบงค์อังกฤษ โคตรโหด โปรดระวัง
เงียบๆ หงอยๆ ไม่เรื่องมาก
แต่ชาร์จทีแม่งเอาตาย
นราก็ได้บทเรียนแล้ว จากนี้ไปคงระวังตัวให้มากขึ้น รอบคอบมากขึ้น
จำไปอีกนานค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2553

British Pub

หลังจากฝนตกเฉอะแฉะมาทั้งสัปดาห์
ในที่สุดวันนี้พระอาทิตย์ก็มีอารมณ์ออกมาเฉิดฉายเสียที
พยากรณ์อากาศก็บอกว่าแดดจะออกไปทั้งสัปดาห์ อาจมีเมฆมาก
แต่เอาเหอะ ฝนไม่ตกก็ดีแล้ว หนาวจะตาย ไปไหนก็ลำบาก
.
วันนี้ฟ้าสวยค่ะ
อังกฤษนี่นะ วันไหนคิดจะอากาศดีก็ดีแบบน่าตกใจ แดดแรง ลมเอื่อยๆ
แล้ววันนั้นก็จะเป็นวันที่คนออกมาจากบ้าน มาเดินเล่น มาเลื้อยกันเต็มสนามหญ้า เอาผ้ามาปู กลิ้งเกลือกอ่านหนังสือตามเนิน ประหนึ่งว่าชาตินี้ไม่เคยเห็นพระอาทิตย์มาก่อนเลย แต่นราก็ว่ามันยังเย็นๆอยู่ดีถึงช่วงนี้พระอาทิตย์จะตกตอนสามทุ่มครึ่ง พอสักห้าโมงอากาศก็จะเริ่มเย็นลงอยู่ดี
ถ้าไม่มีเสื้อแจ็กเก็ตก็หนาวสั่นได้เหมือนกันนะ
แต่ไอ้เพื่อนฝรั่ง มันก็พากันขำนรา ว่าขนาดนี้แล้วเมิงยังหนาวอีกเหรอ
พวกกรูเหงื่อตกกันจะตายห่า
.
นี่เป็น Central Hall ของมหาลัยยอร์กค่ะ
ดอกเชอร์รี ที่เคยถ่ายรูปมาให้ดูช่วงฤดูร้อนตอนต้น จำกันได้ไหม
ตอนนี้มันกลายเป็นลูกเชอร์รีแดงๆหมดแล้ว
ไม่ถึงกับพราวเต็มต้น แต่คนไม่เคยเห็นอย่างเราก็ตื่นตาเหมือนกัน
ตอนแรกมันเป็นเม็ดกลมๆ เขียวๆ ก่อน แล้วค่อยๆเหลือง ส้ม แดง
กะว่าเดี๋ยวมืดเมื่อไหร่ จะแอบออกไปเก็บกิน อยากรู้อร่อยไหม
อารมณ์เดียวกับตอนที่มาถึงใหม่ๆ แล้วไปเดินเก็บเม็ดเกาลัดที่ร่วงๆตามพื้น กะเอามาลองคั่วกินเลย ฮ่าาา พูดแล้วก็คิดถึง วันเวลานี่มันผ่านไปเร็วจังเลยนะ
นอกจากเชอร์รี แอปเปิลก็เริ่มติดเป็นลูกกลมๆ แล้วเหมือนกัน
อากาศเจือกลิ่นหอมหวานจางๆ บอกไม่ถูก ดมแล้วชื่นใจดี
ตอนนี้กุหลาบบานกันเยอะมาก บานตั้งแต่เดือนพฤษภาคมแล้ว เห็นเขาว่าพ.ค.นี่เป็นเดือนดอกกุหลาบนะ ออกเยอะมาก ตอนนี้ก็ยังมีอยู่ แต่เริ่มเลยช่วงที่สวยที่สุดของมันแล้ว
.
ดอกสีเหลือง ขึ้นอยู่ริมทางเดิน เลื้อยเกาะผนังอาคารในหมู่บ้านเฮสลิงตัน เห็นตั้งแต่มาใหม่ๆ
ตอนนั้นมันเป็นกิ่งก้านแห้งๆแกร็นๆ เหมือนคุณยายอายุแปดสิบซักน้ำสองครั้งแล้วบิดเอาไปตากแห้ง
ตอนนี้ออกดอกออกใบสวยงาม ดอกนึงใหญ่เกือบเท่าแผ่นซีดีแน่ะ
บ้านหลังนี้อยู่ตรงข้ามกับอาคารกุหลาบเหลืองค่ะ
เป็นบ้านเตี้ยๆ เล็กๆ น่ารักดี เหมือนบ้านในนิยายที่เคยอ่านเลย
บ้านนี้เขาสวนสวยมากเลย ยิ่งกุหลาบสีชมพูหน้าบ้านนี่ดอกมันใหญ่จนย้อยออกมาข้างนอก เลยแอบมั่วถ่ายรูปมาได้
นราช้อบชอบกุหลาบเลื้อยสีแดง มันแดงสดดูนุ่มนิ่มเหมือนกำมะหยี่เลย
แถมเลื้อยขึ้นไปบานตรงริมหน้าต่างอีก อยากได้ห้องนอนแบบนี้มาก
แบบว่ามองออกมาแล้วเห็นดอกกุหลาบสวยๆบาน คงสดใสดีนะตอนเช้า
ตอนนี้ห้องนรา ตื่นมา เห็นต้นไม้ที่จะตายมิตายแหล่ของตัวเอง เหี่ยวๆเหลืองๆต้นเดียว
กำลังวิเคราะห์อยู่ว่ากรูทำไรผิด รดน้ำก็รดทุกวัน ทำไมจู่ๆใบมันเหลืองหมดต้นเลย

เอาละ ทั้งหมดที่ว่ามา มันอยู่ระหว่างเส้นทางเดินไปผับหลังมหาลัยค่ะ
เรื่องของเรื่องคือ เล่าให้แม่ฟังว่าชอบไปนั่งเล่นที่ผับ กินโน่นนี่ เจอเพื่อน
แล้วแม่เป็นห่วง ไม่อยากให้ไป เพราะเข้าใจว่าผับฝรั่งคงเหมือนผับไทย แบบว่าคนถือเหล้าเดินกันว่อน แดนซ์กันกระจาย มีแต่ฝรั่งเลวๆจ้องจะงาบลูกสาวแม่ตาเป็นมัน
หารู้ไม่ว่ากรูนี่แหละ ภัยรายวันของหนุ่มอังกฤษ โดยเฉพาะผมบลอนด์ กร๊ากกก
เพื่อเป็นการแก้ไขความเข้าใจ และให้แม่สบายใจ วันนี้เดี๋ยวพาไปเที่ยวผับนะ
ผับนี้ชื่อชาร์ลส์ค่ะ เป็นที่รู้กันว่าทำอาหารนานฉิบหาย
ประมาณว่าสั่งตอนไม่หิว กว่าอาหารจะมาก็หิวแทบจะแดกขาโต๊ะได้
แน่นอนว่าต้องมีบาร์ขายเครื่องดื่ม
ชาร์ลส์เป็นผับที่ยึดมั่นในมาตรฐานมาก คือเมื่อสิบปีที่แล้วมีพนักงานหน้าบาร์ไม่เกินสามคน ทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่เท่านั้น ไม่ว่าลูกค้าจะเยอะแทบเหยียบหัวกันตายยังไงก็จะมีไม่เกินสามคน คงเส้นคงวามากกก
เวลาจะสั่งอาหารและเครื่องดื่ม ก็ต้องไปสั่งตรงบาร์นี่แหละค่ะ ไม่มีใครเดินมารับออเดอร์เหมือนร้านเจ๊แอ๊วแถวบ้านนะ สั่งเสร็จก็จ่ายเงินเลย เขาจะให้ขวดไวน์เปล่าติดเบอร์มาขวดนึง เหมือนเป็นบัตรคิวไว้รอรับอาหาร
เห็นสีดำๆ อย่าตกใจคิดว่านรากินเบียร์ดำละ
โค้กจ้าโค้ก ที่อังกฤษเวลาสั่งเครื่องดื่มมันจะมีสองไซส์ให้เลือก คือไพนท์ กับครึ่งไพนท์ วันนี้หิวน้ำเลยสั่งแก้วใหญ่ไพนท์นึงไปเลย
ข้างหลังคือเมนูเครื่องดื่ม มีเบียร์ ไซเดอร์ เอล เหล้าผสม อะไรก็ว่าไป
ปกติชาร์ลส์จะคนเยอะ เบียดเสียดแออัดเหมือนงานชิงเปรต
โดยเฉพาะวันที่อังกฤษเตะกับอเมริกา โอ้โหผับทั่วประเทศแทบระเบิด
ฝรั่งทาหน้าทาตัวเป็นสีขาวแดง เดินร่อนทั่วเมือง
บอลเตะทุ่มครึ่ง แม่งเมาแอ๋กันตั้งแต่เที่ยง อังกรี๊ดอังกฤษ
แต่วันนี้คนน้อย มีที่ให้เลือกนั่งได้ตามสบาย
ปราศจากขี้เมาหรือจิ๊กโก๋หรือเพลงแดนซ์อะไรทั้งสิ้น
ไปถึงหกโมงครึ่ง กว่าอาหารจะมาก็นั่งรอถึงทุ่มครึ่ง เชื่อหรือไม่
โคตรนานเลย แอบไปชะโงกดูในครัว เจริญ มีคนทำอยู่สองคน
วันหลังมากินแนะนำให้เอาเต๊นท์มาตั้งด้วย
นราสั่ง Southern Fried Chicken พร้อมมันทอดแบบม้วนๆ ของดังของร้าน
พอมาถึงก็บางอ้อว่ามันคือไก่ไม่มีกระดูกของผู้พันแซนเดอร์สนั่นเอง
อาหย่อย
เห็นมั้ยไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเลย
ผับอังกฤษส่วนมากจะเป็นแบบนี้แหละ ขายเหล้าเบียร์ แต่จะเลือกไม่กินก็ได้ มีที่นั่งดีๆให้นั่งคุยกัน ยืดแข้งขาได้สบายๆ
ถ้าจะไปแดนซ์ ไปเที่ยวกลางคืน อันนั้นเรียกว่าไนท์คลับค่ะ
เปิดตั้งแต่ประมาณสี่ทุ่มครึ่งถึงตีสอง-สาม-สี่ แล้วแต่ที่ ค่าฝากกระเป๋าหรือเสื้อโค้ทอยู่ที่ชิ้นละหนึ่งปอนด์-ปอนด์ครึ่ง หน้าประตูจะมีเบาน์เซอร์หรือผู้รักษาความปลอดภัยตัวบวมๆยืนขวางอยู่เหมือนยักษ์วัดแจ้ง
เอ๊ะ ทำไมรู้ดีจัง โฮะๆๆ
.
อันที่จริงวันก่อนไปผับนอกเมืองกับเพื่อนมาด้วย ชื่อผับ Riverside เป็นผับใหญ่สวยมาก น้องๆร้านอาหารเลย เสียดายไม่ได้เอากล้องไป
เป็นครั้งแรกที่ตูดมีโอกาสได้สัมผัสเบาะหนังรถสปอร์ต โตโยต้าเซลิก้า ล้อแม็กสิบเจ็ดนิ้ว ร้อยเก้าสิบแรงม้า ลำโพงเซอร์ราวด์รอบด้าน
เพื่อนมารับที่ในเมือง แล้วขับพาไปผับที่ว่าเนี่ย
ระหว่างนั่งโอ้โหเหงื่อกาฬแตกพลั่ก ภาวนาว่ากรูไม่อยากตายๆๆๆๆ
โอ้โหขับโคตรซิ่ง เหมือนอยู่ในหนังเรื่องโตเกียวดริฟท์ อันนี้เป็นยูเคดริฟท์
มารู้ทีหลังว่าพ่อคุณท่านขับรถแข่งมาก่อน ขอบคุณมาก ทำไมเมิงไม่บอกกันก่อน
กรูจะได้เอาเข็มขัดนิรภัยส่วนตัวอีกอันมาคาดเพิ่ม
ลงจากรถมา พูดภาษาอังกฤษไม่ออกเลย
ไอ้คนขับ ขำนะขามมมมเข้าไป ฟาย
.
อาทิตย์หน้าจะเป็นคราวนรานำเสนอโครงงานวิทยานิพนธ์แล้วค่ะ
เพิ่งทำได้คร่าวๆ ยังไม่ถึงไหนเลย
ช่วงนี้ยุ่งมากๆ ยุ่งแบบไม่เคยคิดว่าจะยุ่งได้ขนาดนี้
ก็ค่อยๆทำไปเนอะ
บุญรักษาทุกท่านค่ะ จุ๊บๆ

วันอังคารที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2553

Excitement in the Night

ตั้งชื่อให้สยิวเล่น
นั่นแน้ แอบคิดไปถึงไหนกันแล้วละ
เสียใจด้วยนะ ไม่มีอะไรเอ็กซ์เรทให้ได้เอ็กไซต์กันหรอก
มีก็ไม่บอก อิ๊อิ๊
.
เรื่องของเรื่องคือ
ขณะที่นรากำลังหน้าดำคร่ำเคร่งกับงาน
ทำงานจริงๆนะ ไม่ได้เล่นเกม
ก็ได้ยินเสียงคุยกันจ้อกแจ้กๆ แบบว่าดังมาก ดังมาจากข้างล่าง
ทำเป็นไม่สนใจได้สักพักหนึ่ง เพราะคิดว่าเป็นพวกนักศึกษาหนุ่มๆ สาวๆ กรี๊ดกร๊าดจะออกไปเที่ยวกลางคืนกัน แต่มันจ้อกแจ้กกันนานจังฟะ ชักหงุดหงิด
ก็เลยลุกไปดูว่าพ่อใครตาย
เห็นภาพนี้
ขณะนั้นเวลาประมาณห้าทุ่มครึ่ง
พวกมันออกมาทำอะไรกัน? นรางง
มองดูดีๆมีพี่เจ้าหน้าที่หมวกเหลืองยืนอยู่ด้วย
ยามมหาลัยก็มา ผู้ดูแลประจำหอก็มา
นราต่อมเสือกทำงานทันที อยากรู้จังเลยเกิดอะไรขึ้น
สักพักไม่นานก็ได้รับคำตอบพอที่จะอนุมานได้
พี่ดับเพลิงมาค่ะ

อีแบบนี้ แสดงว่าสัญญาณเตือนไฟไหม้มันต้องดังแหงๆ
นั่นแปลว่าจะต้องมีมนุษย์ดวงซวยต้นเหตุที่ทำให้กริ่งดัง
โดนปรับอย่างต่ำห้าสิบปอนด์ สม
พี่ดับเพลิงสองคนเข็นอุปกรณ์หน้าตาเหมือนวิทยุเข้าไปในหอ
เป่าๆ ดูดๆ เสียงวู้วๆๆๆอยู่สักพักก็หายขึ้นไปตรวจข้างบน
ทำอะไรกันก็ไม่รู้ อยากรู้จังเลย ถามใครดีเนี่ย
ไม่รู้จักใครที่อยู่หอนั้นซะด้วยสิ
.
ระหว่างที่พี่ดับเพลิงกำลังตรวจตรา
นักศึกษาที่ออกมารอข้างนอกก็นะ เม้าธ์แตก
แต่แอบดีใจที่เห็นว่าเราไม่ใช่คนเดียวที่ถ่ายรูปไว้
มีคนนึง แม่งเอาแปรงฟันออกมาแปรงต่อ
ยืนแปรงจนฟองหมดพี่ดับเพลิงก็ยังไม่ออกมา
เฮียก็สีต่อไปอยู่นั่นนะ เคลือบฟันสึกหมดแล้วมั้ง
นราทำงานปวดกบาล เจอแบบนี้เลยได้พักสมอง
มายืนดูคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าชุดนอนของเด็กฝรั่ง
มีทั้งแบบผ้าซาตินซาบริน่าพริ้วสลวย แบบเสื้อยืดเน่าๆกางเกงเน่าๆ แบบเสื้อคลุมนอนลายเสือดาวก็มี เปรี้ยวมาก
ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าใครกำลังทำกิจกรรมเข้าจังหวะอยู่ แล้วกริ่งดัง มันจะเป็นไงน้อ
ไอ้โดนขัดจังหวะไม่เท่าไหร่ กลัวฝ่ายหญิงจะตกใจแล้วกล้ามเนื้อกระตุกหนีบฝ่ายชายเอาไม่ออกอะดิ ได้หามกันออกมาในสภาพปาท่องโก๋แน่ๆ
.
ประมาณห้านาทีสถานการณ์ก็สงบลง
เด็กๆก็ทยอยกันกลับเข้าไป
สงสารพี่ดับเพลิง ดึกขนาดนี้ยังต้องออกมาทำงานทำการ
ทั้งๆที่มันอาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้
แต่จะว่าไป ที่อังกฤษ อย่างน้อยก็ที่ยอร์กนี่
เขาก็กระตือรือร้นกับทุกเหตุนะ ไม่มีวันไหนไม่เห็นรถพยาบาล รถตำรวจ รถดับเพลิงเปิดไซเรนวิ่งไปไหนทุกที่ คือเห็นทุกวัน เห็นบ่อยพอๆกับวัวอ่ะ
ที่นี่แค่แจ้งว่าเห็นคนเดินลับๆล่อๆ ตำรวจก็มาละ
ลองเป็นบ้านเราสิ แจ้งไปเหอะ สามชาติกว่าถึงจะมา
ยืนๆดูอยู่ สังเกตเห็นพี่ดับเพลิงคนหนึง หล่อ
ผมดำ ตาสีอะไรมองไม่เห็น ก็มันมืด
แต่เอาเป็นว่าหล่อแล้วกัน สายตาระดับนี้ไม่มีพลาด เชื่อมือเจ๊ได้
เห็นแล้วอยากเอาไฟแช็กไปลนเครื่องตรวจควันจัง
เหอๆ
.
ปิดท้ายด้วยภาพล่าสุดที่มีคนถ่ายให้
คืออาภัพมาก นานๆจะได้มีรูปตัวเองในกล้อง
เพราะอยู่คนเดียวเป็นส่วนใหญ่
นี่ถ่ายกับเนม ตอนไปกินติ่มซำด้วยกัน

ผมไม่ตั้งแล้วค่ะ
เอาแว็กซ์โกยก็ไม่ขึ้นแล้ว
ก็เลยคิดว่าจะปล่อยมันไว้เงี้ยแหละ ยาวๆไป
กลับบ้านเมื่อไหร่ค่อยตัด ไม่ขอฝากขนบนกบาลให้ช่างฝรั่งอีกแล้ว คราวก่อนขอทรงวิคตอเรีย เบ็คแฮม ออกมาเป็นเคที โฮล์มส์ แต่หน้าเหมือนน้องทราย เครียด
เกิดคราวนี้ไปตัด ใครจะรู้ว่าจะได้ทรงอะไร
ไม่เอาอ่ะ ผมยิ่งน้อยๆอยู่ด้วย รักษายิ่งชีพ
.
ขอบคุณทุกกำลังใจที่ยังแวะมาเยี่ยมนะคะ
ช่วงนี้บอกได้คำเดียว ยุ่งสุดโคตร ยุ่งมาก
เพราะงานหลายๆอย่างมันตะลุมบอนกันเข้ามาในทีเดียว
แถมเดดไลน์ยังไล่ๆกันอีก
ผอมลง แต่ไม่ได้ชั่งน้ำหนักเลยว่าเท่าไหร่
ตัวก็ดำขึ้น เพราะไปว่ายน้ำ
ไชโย ลบคำสบประมาทว่าคนมาเรียนเมืองนอกต้องอ้วนเป็นวาฬได้แย้ว
ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นนะ ได้ออกกำลังกาย เหนื่อย แต่ก็คล่องตัวขึ้น ไม่ปวดเมื่อยอืดอาดเหมือนเมื่อก่อน
ทุกคนรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ

วันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

BITS of Asia: ASEAN night

ะรหายไปอีกแล้ว
กลับมาแล้ว
อย่าโกรธกันนะ
ช่วงนี้ไม่มีอะไรมากค่ะ ชีวิตอยู่ในช่วงลุ่มๆดอนๆ
ดีก็แสนดี บทจะแย่ก็ทำเอานราแทบใจสลาย
นะ ชีวิตมันก็เงี้ย สู้ต่อไป ทาเคชิ
.
วันเสาร์ที่ผ่านมา มีงาน BITS of Asia ค่ะ
BITS ก็เอามาจากชื่อต้นของแต่ละประเทศที่เข้าร่วมงาน
มีบรูไน อินโดนีเซีย ไทย แล้วก็สิงคโปร์
ในงานจะมีการแสดงเล็กๆ อาหารประจำชาติ บอร์ดความรู้ ควิซ แล้วก็คาราโอเกะ
นรา ตอนแรกไม่ได้เกี่ยวอะไร แต่ว่าทำไปทำมาก็มาช่วยเขาซ้อมเต้น แล้วก็เต้นกะเขาด้วย
ตอนบ่ายสามโมงของวันงาน ก็มีการซ้อมใหญ่
การแสดงชุดนี้เป็นการเอาเพลงของแต่ละชาติมาต่อกันเป็นเพลงเดียว
เพลงไทยเราขึ้นเพลงแรกเลย อิอิ
เพลงกลับมาทำไม จากหนังน้าหม่ำ แหยมยโสธร
ว่าจะใช้ตั้งแต่ตอนอินเตอร์เนชันแนลเฟสติวัลละ แต่ไม่ได้ใช้
พอดีเลย เอามาใช้งานนี้แทน
นี่ทั่นประธานกิ๊กกำลังนำการซ้อมอยู่

ประมาณบ่ายห้าโมง ทั่นประธานกิ๊กต้องไปร่วมเลคเชอร์เรื่องอนาคตของอาเซียน นราก็ไปจัดบอร์ดเตรียมไว้ค่ะ แต่มันทุลักทุเลมาก หมุดเหมิก แม็ก กรรไกรไรไม่มีซักอย่าง นราปวดอึพอดีเลยเนียนทำเป็นคนดี บอกว่าเดี๋ยวเดินกลับห้องไปเอากรรไกรกับอุปกรณ์มาให้แล้วกันนะ ในใจกะว่าจะไปอึก่อนแล้วค่อยกลับมา
วันนี้ฝนตกทั้งวันเลย ตอนเดินกลับห้องเจอลูกหงส์ดำ ที่ตอนนี้โตแล้ว เดินตามปะป๊ามะม้าอยู่ ตัวเปียกมะลอกมะแลก ขยู้ขยี้ไปหมด
ตัดภาพกลับมาหลังอึ นราสบายใจลันลาเดินกลับมาช่วยงานต่อ
เจอเลสลี่ คนสิงคโปร์มั้ง ไม่แน่ใจ
อันที่จริงเฮียมีบทบาทใหญ่หลวงในงานนี้มาก
แต่วันก่อนงานจริง เฮียไปทำอะไรมาไม่รู้ กระแสข่าวบอกว่าตกจักรยาน
ฟันหน้าหักกระเด็นไปสามซี่ โอ๊ยแค่พิมพ์ก็เสียวแย้ว
หายไปหาหมอฟัน กลับมาอีกทีก็โอเค แต่พูดเยอะไม่ได้
น่าสงสารจริงๆ
นราจัดบอร์ด
ขันแข็งดีป่ะ
คิดว่าจะไม่ได้ถ่ายรูปของตัวเองซะแล้ว
โชคดีว่ามีหนุ่มคนนึงเดินมาถามว่าถ่ายรูปให้เอามั้ย
มารู้ตอนหลังว่าหนุ่มคนนี้เป็นว่าที่ท่านทูตอินโดฯ ที่มาร่วมงาน
โอ้วเป็นเกียรติเหลือเกินนน
บอร์ดไทยแลนด์ไม่มีอะไรมากค่ะ เพราะรีบร้อนทำ เหะๆ
มีธง (ที่พาดแล้วเหมือนฝรั่งเศส) รูปพระอินทร์จากงานอาหารนานาชาติเทอมที่แล้ว แล้วก็รูปวัดวาอาราม ผลไม้ไทย และแพนด้าหลินปิง
งงละสิว่ามันไทยยังไง
คือประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในกลุ่มอาเซียนที่มีแพนด้าค่ะ
สิงคโปร์กำลังจะได้ แต่ตอนนี้ยัง เราเลยรีบโฆษณาไว้ก่อน
อีกอย่างหลินปิงนี่เป็นเหมือนลูกในไส้ทั่นประธานกิ๊ก
เผลอไม่ได้ โปรโมทจั๊งงง
ตอนนี้เลยได้ที สมใจเค้าหละ
ถึงของเราจะไม่มีอะไรมาก รูปก็เล็กไปหน่อย
แต่อย่างน้อยก็ดูดีกว่าบอร์ดข้างๆนะ
ไม่บอกว่าประเทศอะไร เดี๋ยวเป็นชนวนสงครามข้ามประเทศ
ของเขามีโปสเตอร์แปะสามแผ่น จอ ออ บอ จบ
.
ส่วนนี่สาวๆจากบรูไน
เสื้อผ้าเขาธรรมดาแหละ แต่สีสันสวยมาก
เหมือนลูกกวาดเลย น่ากิน แง่มๆ
บอร์ดเสร็จแล้ว จัดเกือบคนเดียว เก่งมั้ย
เห็นเสื้อผ้านราป่ะ โอ๊ยอาย ทำไปได้หนอเรา
คือการแสดงเนี่ย นรากับน้องกิ๊กก็จะเล่นเป็นละครประกอบนิดนึง
ประมาณว่าผู้หญิงตามง้อผู้ชายเหมือนในหนังแหละค่ะ
แต่ระดับนรากับน้องกิ๊ก ทำไรมันต้องไม่ธรรมดา อึฮื้อ ไม่ธรรมด๊า
ก็เลยแต่งข้ามเพศกันซะเลย
นราสมแมนมาก

คนไม่มากนัก ไม่ใช่งานใหญ่อะไร
แต่ก็ดีใจที่มีคนมา อิอิ
ตอนแรกนราแอบคิดนิดหน่อย ว่างานมันเงียบจัง
ไม่เห็นเขาค่อยโปรโมทเลย คนจะรู้เหรอ
แต่ถึงเวลาก็อุ่นหนาฝาคั่งดีค่ะ

คาดว่าคงจะมาเพราะอาหารฟรี

นี่ไงทั่นประธานกิ๊ก สาวกรีกเพื่อนกิ๊ก นรา และแพทริเซีย สาวอินโดตัวตั้งตัวตีของงาน
อย่ามองนานเดี๋ยวตาบอด
คาดว่าถ้าไปยืนข้างน้องกิ๊ก คงต้องมีคนปวดตากันบ้าง
สีแสบสันมากกก นีออนสุดๆ
แพทริเซียเขาโชว์ระบำจานของอินโด
สวยดีนะ เต้นมันๆ เขาจะถือจานไว้ในมือสองใบแล้วเต้น
ฟังดูธรรมดาอะ แต่จานนั่นมันไม่ได้ติดอยู่กะมือนะคะ มันอาศัยแรงเหวี่ยงไม่ให้หล่นเวลาเต้น
ตอนซ้อมก็เห็นจานบินบ่อยๆ เสียวเหมือนกันว่าเกินเต้นจริงแล้วมันบินใส่คนดูจะเป็นไง
แต่ก็ไม่เกิดอะไรขึ้น การแสดงเรียบร้อยดีค่ะ
อันนี้โต๊ะอาหาร มีอาหารจากแต่ละชาติมาให้จ้วงกันได้เต็มที่
ของไทยเรามีหมึกแห้ง เพื่อนคนจีนชอบมาก
ถั่วโก๋แก่ ถั่วลันเตาอบกรอบรสวาซาบิ ขนมขาไก่ มะม่วงดอง
และเถ้าแก่น้อย คนชอบมาก
นรายังชอบเลย ขโมยมาห่อนึง อิอิ
เออใช่ น้องกิ๊กทำน้ำตะไคร้มาด้วย หอมดี แต่ไม่ได้กิน
แต่ว
เพราะแก้วมันไม่มี กำลังคิดว่าจะเอาหลอดดูดจากถังเลยดีมั้ย
พอดีว่าเห็นคนมองอยู่เลยช่างมันวะ ไม่กินก็ได้
นราว่าเสียอยู่อย่าง คือเขาไม่ได้ติดป้ายบอกให้ชัดเจนว่าอาหารแต่ละอย่างมันคืออะไร นราก็เลยไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงว่ามันมีอะไรมั่ง
มีอะไรสักอย่างหน้าตาเหมือนทอดมันผัก
อินโดมีอะไรสักอย่างที่เหมือนถั่วเขียวต้มน้ำตาลบ้านเรา
แต่ข้นคลั่ก เขียวปื๋อ
มีฟรุตค็อกเทล (อันนี้จำได้) เค้กช็อกโกแลตไอซิ่งไรสักอย่าง
เอาเป็นว่าเยอะแล้วกันค่ะ
.
นราไม่ได้อยู่จนจบงาน
เพราะเพื่อนบอกว่าจะแวะมาหาจากนอกเมืองเลยออกมาก่อน
แต่นะ ทำไมถึงทำกะฉันได้
แมร่ง ยกเลิก ไม่มาซะงั้น
แล้วจะให้กรูรีบร้อนไปเพื่ออะไรเนี่ย เซ็งมาก
เมื่อวันก่อนก็ทีนึงละ นัดเราแล้วก็ไม่มา ลืมเรา
คนยิ่งเฟลๆอยู่ด้วย ชิ
.
นราอยู่จนถึงคาราโอเกะค่ะ
เปิดเพลงให้คนออกมาร้องกัน
นราว่ามันก็น่าเบื่อนิดหน่อยนะ เพราะห้องมันใหญ่ไปด้วยแหละ
แต่ทุกคนก็ดูสนุกสนานกันดี
ตอนนี้นราเข้าสู่ช่วงวิทยานิพนธ์แล้ว
ก็คิดว่าคงถึงเวลาซะทีที่จะต้องอ่านหนังสือ
เขียนคำถามสำหรับสัมภาษณ์เก็บข้อมูล
และทำไพลอทสตั๊ดดี้แย้ว
งือ ขี้เกียจอ่ะ
.
วันนี้ก็ฝนตกอีกแล้ว
อากาศเปลี่ยนแปลง นั่นแปลว่านราไม่สบายอีกแล้วค่ะ
ทุกคนก็รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ

วันอังคารที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

Dear Alathena

สวัสดีและขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านอีกครั้งนะคะ
ที่แวะมาอ่านและทิ้งข้อความไว้เป็นกำลังใจ
รวมถึงผู้อ่านนิรนามที่ผ่านมาอ่าน ขอบคุณมากๆนะคะ
วันหลังถ้าแวะมาอ่านอีกก็ทิ้งชื่อแนะนำตัวไว้ก็ได้จ้า
แต่อ่านมากระวังไร้สาระเหมือนเจ้าของบล็อกนะ อิอิ
.
ฤดูใบไม้ผลิ ของอร่อยก็ทยอยกันออกมาแล้ว
นอกจากสตรอว์เบอร์รีแล้ว ช่วงนี้ผักที่กำลังอร่อยและมาแรงก็คือแอสปารากัส หรือหน่อไม้ฝรั่งนี่เองค่ะ หน่อไม้ฝรั่งของที่นี่ก็สมแล้วที่เป็นสัญชาติฝรั่ง เพราะทั้งหนาทั้งอวบใหญ่ ไม่เหมือนหน่อไม้ฝรั่งไทยที่เป็นเส้นบางๆผอมๆยังกะดินสอ
เมื่อวานติดสอยห้อยตามนัทและน้องสาวไปซื้อของสดที่ห้างเทสโก้
ได้สตรอว์เบอร์รีจากเคนท์มาสองกล่อง
และหน่อไม้ฝรั่งอวบเขียวน่าหม่ำสองแพ็ก
ตะวันยังไม่ทันจะตกดิน หนึ่งในนั้นก็กลายร่างเป็นแบบนี้เรียบร้อยแล้ว
เมนูพื้นฐานสุดๆของหน่อไม้ฝรั่งที่นรารู้จักและทำกินเองได้
ก็หน่อไม้ฝรั่งผัดกุ้งนี่แหละค่ะ
ไม่ต้องทำอะไรมาก ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพอร้อน ใส่หน่อไม้ฝรั่งลงไปผัด กุ้งมันสุกอยู่แล้วไม่ต้องใส่ใจมาก แค่เอาลงไปผัดให้มันร้อนเท่ากันก็พอ ปรุงรสตามชอบแล้วก็เรียบร้อยอั๊งอ่าง
.
ยอดหน่อไม้ฝรั่งอ้วนๆ เท่ากับปลายนิ้วชี้เชียวนะเอ้อ
สด หวาน กรอบ เหมือนลงไปเคี้ยวสดๆในไร่เลยทีเดียว
ตอนนี้อาหารอีกอย่างที่กำลังทำอยู่
คือหัวแม่โป้งหมักเกลือ
เหอะๆ เรื่องของเรื่องคือตัดเล็บลึกเกิน กริ๊บไปโดนเนื้ออ่อน
เช้าวันต่อมาได้เรื่อง บวมเป่ง ปวดจนนอนต่อไม่ได้
วิธีการทำหัวแม่โป้งตรีนหมักเกลือ คือ
1) ล้างหัวแม่โป้งตรีนให้สะอาด พักไว้
2) เอายางลบใส่ปากเจ้าของหัวแม่โป้ง กันเสียงกรีดร้อง
3) เอาเกลือป่นยัดเข้าไปในซอกแม่โป้งบริเวณที่บวมปวด
4) กรีดร้องได้ตามอัธยาศัย
หากท่านชื่นชอบ สามารถปรับเปลี่ยนเป็นสูตรซีอิ้วได้ โดยเปลี่ยนจากเกลือเป็นเบตาดีนแทน
.
อิอิอิอิอิ
หัวเราะมีเลศนัย
ไม่ใช่อะไร แต่วันนี้เพิ่งไปรับของที่สั่งไว้มาค่ะ
อิ๊อิ๊อิ๊อิ๊
อลาธีนา มูนบรีซ จากเวิร์ลด์ออฟวอร์คราฟค่ะ
หล่อนเป็นใครนราไม่รู้จักหรอก เพราะเล่นแต่ดอทเอซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ WoW เท่านั้น แต่บังเอิญไปเห็นเขาขายอยู่ในอเมซอนยูเค ถูกใจมาก ถ้าได้อ่านเอนทรี่ที่เคยอัพไว้นานแล้วก็คงทราบกันนะคะว่านราเก็บสะสมตุ๊กตาและฟิกเกอร์ที่ชอบไว้พอสมควร อันไหนเก็บเป็นชุดได้ก็เก็บ แต่บางทีไปเจอตัวที่ไม่รู้จักแต่ชอบก็จะซื้อเก็บเหมือนกัน อันนี้เป็นกรณีหลังค่ะ
นราพยายามจะลืมหล่อนไปจากใจแล้ว แต่ว่านอนไม่หลับ อยากด๊ายยย สุดท้ายก็ต้องสนองตัณหาตัวเองด้วยประการฉะนี้ เอิงเอย
.
รูปเต็มตัวค่ะ
ด้านหลังๆ
เธอเป็นเผ่าไนท์เอลฟ์ค่ะ ไม่รู้ใช่ตัวเดียวกับที่เป็นโลโก้หน้ากล่องเวิร์ลด์ออฟวอร์คราฟท์หรือเปล่า หน้าตาดูแข็งกระด้างหน่อยๆ
แม่รู้ละโดนด่าอีกแหง ฮะๆๆ
ตัวนี้สูงยี่สิบเซนต์ค่ะ ไม่เล็กไม่ใหญ่กำลังพอดี
เล็กกว่าบาร์บี้นิดหน่อย
คือนรามีความรู้สึกว่าบาร์บี้มันเหมือนผู้หญิงไฮโซหัวสูง
วันๆไม่ทำอะไร หิ้วกระเป๋าเฉิดฉายไปวันๆ แบบบิวตี้บ่มีสมองอะ
ชอบแบบนี้มากกว่า ดูแข็งแรง เท่ดี
แอบเจ็บใจเล็กน้อย
ในเว็บไซต์ ผมมันเป็นสีฟ้าอมเงินสว่างๆอ่ะ
ไหงของจริงมากมันเป็นสีน้ำเงินเข้มก็ไม่รู้
แอบเซ็ง
ที่เซ็งกว่าก็คือ ตอนซื้อมา มัน 19.xx ปอนด์
ซื้อเสร็จกลับไปดู เหลือ 17.xx ปอนด์
ไอ่ สาด เอ๊ยยย

ว่าจะทำการบ้าน รีวิวและทดลองแต่งตาแบบที่หนูแนนสอนไว้ในบล็อก http://nunanko.blogspot.com (แนนติดต่อจ่ายค่าโฆษณาบล็อกด้วย) แต่มัวถ่ายรูปอลาธีนาเพลินจนลืม ขอยกยอดไปคราวหน้านะคะ

เจอกันคราวหน้าค่ะ

สวัสดี

วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Food Fiesta #1

วันนี้วันเสาร์ เป็นวันเฟียสต้าที่แต่ละชาติจะทำอาหารประจำชาติแล้วก็มาจัดซุ้มแข่งกัน ตื่นมาตั้งแต่ประมาณเก้าโมงกว่า ทั่นประธานกิ๊กมาเคาะเรียกเพราะต้องทำอาหารเตรียมให้ทางโรงครัวมารับไปตอนบ่ายครึ่ง
.
สำหรับประเทศไทยในปีนี้ เรามีลาบไก่
ไก่ย่าง

แล้วก็เขียวหวานห่อไข่ค่ะ
อาหารแต่ละอย่างแบ่งกันทำตามครัวคนไทยต่างๆ
เขียวหวานห่อไข่นี่ มาทำที่ครัวนรา
ทั่นประธานน้องกิ๊ก เทพเหลือล้นทนเหลือหลาย
ยืนทอดไข่ให้เป็นแผ่นบางๆ เกือบร้อยแผ่น
ไข่หมดไปสี่แพ็ก แพ็กละสิบแปดฟอง
ออกมาสวยมาก ไข่ทอดแล้วซ้อนกันเป็นตั้งๆ นุ่มฟูแลดูน่าหม่ำ

ไส้เขียวหวานเป็นไก่
ใช้ซุคกินี หรือที่ที่นี่เรียกว่าคูร์แจ็ต แทนมะเขือเปาะ
ใครจะไปซื้อไหว มะเขือสองลูกคิดเป็นเงินไทยห้าสิบบาท
ฝีมือทั่นประธานอีกแล้ว
นรากับน้องลูกมืออีกคนทำหน้าที่ตอกไข่ ตีไข่ หั่นคูร์แจ็ต
แล้วก็ยัดใส้ไข่ ซึ่งก็เป็นงานที่สนุกมาก

สวยมั้ยๆ
น่ากินมากมาย
ขนาดเราไม่ชอบกินของเผ็ดยังว่าหอมน่ากินเลย
ทำไปคุยไป
พอทำไข่ขาดก็หาเรื่องเก็บไว้กินต่อเอง

พอบ่ายโมงเกือบครึ่งทางโรงครัวก็ส่งรถมารับอาหาร
ที่นี่กฏเกณฑ์เรื่องอาหารเยอะมากค่ะ สุดๆ
ห้ามปรุงอาหารที่ทำด้วยข้าว เพราะกลัวข้าวบูดแล้วเกิดแบคทีเรีย
ห้ามเอาอาหารมาอุ่นใหม่ เดี๋ยวแบคทีเรียโต
ต้องวัดอุณหภูมิอาหารปรุงสุกให้เกิน 75 องศาทุกครั้ง
เอาอาหารไปส่งต้องไปรอบเดียวให้หมด
จุกจิกมากมาย
เพราะอย่างนี้มั้งฝรั่งถึงได้แพ้โน่นแพ้นี่ ทั้งถั่ว นม ไข่ แป้ง อากาศ น้ำ บลาๆๆ ไม่แข็งแรงเหมือนคนไทยที่กินอาหารรถเข็นข้างทางคลุกตะกั่วและแคดเมียมทุกวัน
จริงๆ มีน้ำตะไคร้ด้วย แต่ต้มเสร็จไปแล้วตั้งแต่วันศุกร์
.
พอเสร็จจากเรื่องอาหาร
ก็อาบน้ำแต่งตัวไปช่วยเขาทำซุ้มอาหารต่อ
ปีนี้ซุ้มเราสุดแสนอลังการทุ่มทุนสร้างยิ่งกว่าองค์บากสอง
เพราะคนที่รับผิดชอบเรื่องซุ้ม เขาจะทำเป็นหลังคาเรือนไทยขึ้นมาเลย มีจั่วด้วย ข้างในผนังซุ้มประดับลายพระอินทร์พนมมือสองข้าง ไม่ได้ซื้อมาสำเร็จรูปนะจ๊ะ วาดเอง
.
กำลังเสแสร้งแกล้งทำเป็นช่วยงาน
ตีตารางทำหลังคาซุ้มอยู่

นี่อ่ะลายประดับในซุ้ม
สวยมากมาย ได้สมมาตรไม่บูดเบี้ยวเหมือนที่เราเคยวาด
ซุ้มดูดีขึ้นมาทันที ดูลงทุน ดูหรูหราเพราะเป็นสีทอง

ต่อมา เรื่องของหลังคา
เหมือนจะง่าย แต่เอาเข้าจริงปัญหาเยอะเหมือนกัน
สองหนุ่มปรึกษากันตั้งแต่ขึ้นโครง ปะกาว ติดหมุด
จากแท่งโฟมเละเทะก็เริ่มเป็นหลังคาเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา
ยกนิ้วให้ความมุ่งมั่นและอดทนจริงๆ
ทำนานมากเลยนะ ตั้งแต่ราวๆ บ่ายสองโมงถึงห้าโมงเย็น
พอทำเสร็จรอบแรก ดีใจนึกว่าเสร็จแล้ว ยกขึ้นประกอบบนซุ้ม
ยังไม่ทันวางเลย หลังคาแยกตัวออกเป็นชิ้นๆ
เดือดร้อนต้องเอามาพันเทปกาวใหม่
ก็พอช่วยพยุงได้ แต่สงสัยว่าคนเสิร์ฟจะเสิร์ฟไปเสียวไป
กลัวหลังคาหล่นทับ ฮ่า

โย้ๆเย้ๆ นิดหน่อย แต่ไม่เป็นไรสวยงาม
พอเอาหลังคาขึ้นปุ๊บมีคนมาอู้อ้าทันที บอกว่าสวยๆๆ
ดีมาก คะแนนจงหลั่งไหลมาาา
การแสดงไม่ชนะ ซุ้มควรจะชนะนะย้าาา

ระหว่างนั้นนราก็เดินถ่ายรูปไปเรื่อย
ซุ้มของญี่ปุ่นน่ารักมากมาย เป็นลายซากุระกับปิกาจู๊
เห็นป้ายตั้งไว้ว่ามีโอโคโนมิยากิ ซูชิ แล้วก็ไก่เทอริยากิ
เล็งไว้แล้วว่าจะกินของญี่ปุ่นก่อนเลย
มาเลย์ก็ดูตั้งใจทำ
เขาทำไม้จิ้มฟันเป็นธงชาติมาเลย์ด้วย
มีเรื่องธงชาติ ตลกมาก
กว่าที่ธงไทยจะได้ขึ้นไปรวมอยู่ในแถวอย่างที่เห็น
ก็เกือบไม่ได้ขึ้นแล้ว
นรากำลังเดินทะแร่ดแท้ดแถ่ถ่ายรูปอยู่ ก็มีหนุ่มที่เป็นกรรมการของสมาคมนศ.ต่างชาติมาถามว่า โอเคไหมถ้าเราจะห้อยธงยูให้ดาวอยู่ด้านบน
ดาว? เห ประเทศกรูมีดาวบนธงด้วยเหรอ เป็นคอมมิวนิสต์ตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมไม่เห็นรู้เรื่อง เขาเห็นเรางงๆเลยบอกว่า นั่นไงธงที่ผู้ชายเสื้อเทากำลังแขวน พอเงยหน้าขึ้นไปดู
ธงใครวะ?
ที่แน่ๆ ไม่ใช่ธงไทยอ่ะ
เป็นธงคล้ายๆกัน แต่ขอบนอกสีน้ำเงิน สีตรงกลางแดง มีดาวกลมๆกลางธง เอ๋อไปเลย ก็บอกเขาไปว่า อ่า นั่นไม่ใช่ธงเดี๊ยนค่ะ
เขาถึง อ้าวหรอ โอ้ๆ ขอโทษ แล้วก็ไปหามาเปลี่ยนให้
หนอยแน่ะ สองทีแล้วนะมึง
ความรู้พื้นฐานแค่นี้หัดเช็คหน่อยไม่ได้หรือไง
ตอนทำใบปลิวประกาศอีเวนท์นานาชาติก็ใส่สีธงชาติผิดทีละ
ชิ ชิ
.
ของอาหรับ ลงทุนน้อยแต่สวยมาก
เหมือนเป็นกระโจมกลางทะเลทราย สวยๆ
แต่งซุ้มไปเรื่อยๆ จนถึงประมาณห้าโมง
เจ้าหน้าที่ก็เริ่มมาไล่ๆ ประมาณว่าออกไปได้แล้ว
เพราะเดี๋ยววันนี้ตอนดึกๆจะมีนักร้องมาแสดง ต้องเตรียมเวที
หล่อนคือ Mutya อดีต Sugababes ค่ะ
นึกออกไหม คนที่หน้าแปลกๆ เจาะมุมปาก ไม่ใช่คนดำนะ
เห็นว่าเป็นอดีตศิษย์เก่าของที่นี่มั้ง
ซึ่งนราก็อยากดูแหละ แต่ตั๋วตั้งสี่ปอนด์ ไม่เอาอ่ะ
โดนค่าถ่านใส่กล้องไปแล้วสี่ปอนด์ พอกันที แงแง
.
วันนี้ง่วงมากเพราะเพิ่งกลับจากงานเลย
เหนื่อยมั่ก เดินถ่ายรูปทั้งงาน
เอาไว้จะอัพตอนสองต่อไปนะคะ
ขอบคุณทุกคนที่ยังติดตามเน้อ
รักษาสุขภาพกันด้วย ใครสอบอยู่ก็ขอให้สู้ๆนะคะ

วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

First Few Photos from Fuji-kun

หัวหอม ซื้อมาเก็บไว้ในตู้จนลืม
เปิดออกมา ผมยาวซะแล้ว จะทิ้งก็ทิ้งไม่ลง สงสาร
อุตส่าห์งอกออกมาจนได้นะขนาดอยู่ในตู้ไม่มีน้ำไม่มีแสง
เลยเอามาแช่น้ำ กะว่าจะไปหากระถางมาปลูกเร็วๆนี้ค่ะ
เผื่อได้ดูดอกด้วย

เมื่อคืนวันจันทร์ เป็นคืน Cultural Performance Night
สรุป ไม่ได้ซักกะรางวัล เสียดายนิดหน่อย
ที่หนึ่งคาซัคสถาน ที่สองญี่ปุ่น ที่สามอินเดีย (ชิ)
แต่ก็เป็นคืนที่สนุกดี ถ้าไม่นับเซแซดๆตอนรำมวยกับไม่ได้รางวัลน่ะนะ
รูปถ่าย รอไปก่อนนะ ยังไม่มีเลย เพราะนราไม่ได้ถ่าย
สถานที่จัดงานมืดมาก เปิดไฟแดงๆ ถ่ายออกมาก็มองไม่รู้เรื่อง
เดี๋ยวรอขอรูปจากพี่ๆที่เขาถ่ายไว้แล้วจะเอามาให้ดู
มีวิดีโอด้วยละ
.
บล็อกนี้เป็นบล็อกแรกที่เราภาพถ่ายโดยฟูจิคุงขึ้นนะคะ
อาจจะยังใช้ไม่ถนัดเท่าไหร่ เบลอๆบ้างก็อย่าใส่ใจละกัน
.
ชีวิตคนเรา เวียนวนสับสนเหมือนบันไดเวียน
ถ่ายจากชั้นหนึ่งหอนราเอง
เมื่อวันอาทิตย์ จริงๆจะไปเที่ยวเมืองท่าชื่อ Whitby
เตรียมตัวอย่างดีตั้งแต่ตีห้า ปรากฏ หิมะตก
ไม่ใช่ตกปรอยๆนะ ตกแบบหนาและหนักมาก ทริปเลยโดนยกเลิกไปโดยปริยาย เซ็งกะปิกันเป็นแถว แล้วหิมะนี่มันก็ตกตั้งแต่หกโมงถึงเที่ยงเลยด้วย ถือว่าแปลกมากเพราะมันเลยช่วงหิมะตกไปนานแล้ว ก็ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น
.
บ่ายๆ ไม่มีอะไรทำ ออกไปเดินถ่ายรูปเล่นค่ะ
ตอนนี้หิมะหยุดแล้วและกำลังละลาย
จริงๆมอสที่เกาะเขียวๆบนต้นไม้มันก็สวยเหมือนกันนะ
หิมะละลายเร็วมาก หยดจ๋อมๆแจ๋มๆทั่วไปหมด
นราพยายามจะถ่ายหยดน้ำน่ะนะ แต่ยังใช้มาโครโหมดไม่เป็น
เอาเท่าที่ได้ก่อนแล้วกัน

อากาศสดชื่น เย็นสบายปอดดี แถมฟูจิคุงยังซูมได้อย่างชัดเจนจนน่าประหลาดใจ หนูเป็ดตัวนี้นั่งนิ่งเป็นแบบให้ถ่ายอย่างว่าง่ายดีทีเดียวเชียว

เป็ดแอทแท็ค!!

เป็ดพยายามจะเข้ามาจิกกล้อง เพราะคิดว่าเป็นกล่องใส่อาหาร เกือบตาบอดแล้วไหมละฟูจิคุง ดีนะเงิบหนีทัน เป็ดโหดจริงๆ
ตอนเช้าวันจันทร์ก่อนวันงานนราออกไปซื้อดอกไม้มาทำพวงมาลัยหอบเบ้อเร่อ พอหิ้วเข้ามหาลัยมาเท่านั้นแหละเป็ดแบบรี่เข้าหา พยายามจะแดรกดอกไม้เป็นอาหารเช้า
เป็ดแมนดาริน คะแนนความโหด 1/10
.
ตัวนี้เป็นห่าน แต่จำชื่อไม่ได้ ขอเรียกว่าห่านหน้ากลมแล้วกัน
เห่าเสียงดัง และอึกองใหญ่มาก
ห่านหน้ากลม คะแนนความโหด 4/10
ชอบเดินขวางทางเดิน และมองหน้าหาเรื่อง
เดี๋ยววันหลังจะตามเก็บภาพสัตว์ปีกในมหาลัยมาฝากพร้อมเรทคะแนนความโหดนะคะ
.
ปิดท้ายกันไปด้วยอาหารมื้อยิ่งใหญ่ที่สุดตั้งแต่มาที่นี่
ไก่ทอดดดด ทำไปได้ไงเนี่ยยยย
ปกติจะทำกินแค่ข้าวสวย ไข่เจียว ผัดผัก สลัด แกงจืด ดีหน่อยก็สุกี้ที่ขึ้นไว้บล็อกที่แล้ว ไก่ทอดนี่เป็นอะไรที่แหวกแนวมาก
คงจะทำครั้งนี้ครั้งแรก และครั้งสุดท้าย เพราะกระทะแบนนั้นทอดไก่ไม่ได้เรื่องเลย น้ำมันไม่ท่วม เกิดปัญหาสุกไม่พร้อมกัน ไม่เท่ากัน และไก่ไหม้นอกดิบใน แถมใช้เวลาเป็นชาติ น้ำมันกระเด็นเลอะเตาไปหมดอีก โทรสั่งมากินง่ายกว่าค่ะ
นราใช้สะโพกไก่สองชิ้น หมักขิง กระเทียมสับ ซีอิ้ว และผงโลโบกระเทียมพริกไทยนิดหน่อย ระหว่างหมักก็ต้มแครอทกับถั่วแขกไปด้วย
พอน้ำมันร้อนก็เอาไก่ชุบแป้งโกกิหย่อนลงไป แล้วก็ทอดไปเรื่อยๆ กลับไปกลับมาประมาณสามชาติเศษๆก็พอใช้ได้ แต่ชิ้นที่สองไม่สุก สุดท้ายต้องเอาใส่ไมโครเวฟให้ข้างในมันสุกด้วยเพราะทอดต่อไม่ได้แล้ว ไม่งั้นมีหวังได้กินเศษถ่านแทนไก่ทอด
.
พอจบจากการแสดงแล้ว รู้สึกมันว่างๆโหวงๆยังไงไม่รู้
เหมือนเราเตรียมงานหนุกหนานมาตั้งหลายอาทิตย์ ตอนนี้ไม่มีอะไรจะทำแล้ว ขาดเป้าหมายที่จะทำอะไรครีเอทีฟไปอย่างนึง
เหลือเทศกาลอาหารวันเสาร์นี้ แล้วก็คงจะหมดเรื่องสนุกสำหรับเทอมนี้แล้วค่ะ
.
ขอบคุณมะแอ้ที่ยังติดตามบล็อกเหนียวแน่นนะ
รอหน่อยๆ เดี๋ยวเอารูปรำมวยขึ้นให้ดูแน่ๆ สัญญาๆ
แต่ห้ามหัวเราะนะ