แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ของเล่น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ของเล่น แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

Dear Alathena

สวัสดีและขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านอีกครั้งนะคะ
ที่แวะมาอ่านและทิ้งข้อความไว้เป็นกำลังใจ
รวมถึงผู้อ่านนิรนามที่ผ่านมาอ่าน ขอบคุณมากๆนะคะ
วันหลังถ้าแวะมาอ่านอีกก็ทิ้งชื่อแนะนำตัวไว้ก็ได้จ้า
แต่อ่านมากระวังไร้สาระเหมือนเจ้าของบล็อกนะ อิอิ
.
ฤดูใบไม้ผลิ ของอร่อยก็ทยอยกันออกมาแล้ว
นอกจากสตรอว์เบอร์รีแล้ว ช่วงนี้ผักที่กำลังอร่อยและมาแรงก็คือแอสปารากัส หรือหน่อไม้ฝรั่งนี่เองค่ะ หน่อไม้ฝรั่งของที่นี่ก็สมแล้วที่เป็นสัญชาติฝรั่ง เพราะทั้งหนาทั้งอวบใหญ่ ไม่เหมือนหน่อไม้ฝรั่งไทยที่เป็นเส้นบางๆผอมๆยังกะดินสอ
เมื่อวานติดสอยห้อยตามนัทและน้องสาวไปซื้อของสดที่ห้างเทสโก้
ได้สตรอว์เบอร์รีจากเคนท์มาสองกล่อง
และหน่อไม้ฝรั่งอวบเขียวน่าหม่ำสองแพ็ก
ตะวันยังไม่ทันจะตกดิน หนึ่งในนั้นก็กลายร่างเป็นแบบนี้เรียบร้อยแล้ว
เมนูพื้นฐานสุดๆของหน่อไม้ฝรั่งที่นรารู้จักและทำกินเองได้
ก็หน่อไม้ฝรั่งผัดกุ้งนี่แหละค่ะ
ไม่ต้องทำอะไรมาก ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพอร้อน ใส่หน่อไม้ฝรั่งลงไปผัด กุ้งมันสุกอยู่แล้วไม่ต้องใส่ใจมาก แค่เอาลงไปผัดให้มันร้อนเท่ากันก็พอ ปรุงรสตามชอบแล้วก็เรียบร้อยอั๊งอ่าง
.
ยอดหน่อไม้ฝรั่งอ้วนๆ เท่ากับปลายนิ้วชี้เชียวนะเอ้อ
สด หวาน กรอบ เหมือนลงไปเคี้ยวสดๆในไร่เลยทีเดียว
ตอนนี้อาหารอีกอย่างที่กำลังทำอยู่
คือหัวแม่โป้งหมักเกลือ
เหอะๆ เรื่องของเรื่องคือตัดเล็บลึกเกิน กริ๊บไปโดนเนื้ออ่อน
เช้าวันต่อมาได้เรื่อง บวมเป่ง ปวดจนนอนต่อไม่ได้
วิธีการทำหัวแม่โป้งตรีนหมักเกลือ คือ
1) ล้างหัวแม่โป้งตรีนให้สะอาด พักไว้
2) เอายางลบใส่ปากเจ้าของหัวแม่โป้ง กันเสียงกรีดร้อง
3) เอาเกลือป่นยัดเข้าไปในซอกแม่โป้งบริเวณที่บวมปวด
4) กรีดร้องได้ตามอัธยาศัย
หากท่านชื่นชอบ สามารถปรับเปลี่ยนเป็นสูตรซีอิ้วได้ โดยเปลี่ยนจากเกลือเป็นเบตาดีนแทน
.
อิอิอิอิอิ
หัวเราะมีเลศนัย
ไม่ใช่อะไร แต่วันนี้เพิ่งไปรับของที่สั่งไว้มาค่ะ
อิ๊อิ๊อิ๊อิ๊
อลาธีนา มูนบรีซ จากเวิร์ลด์ออฟวอร์คราฟค่ะ
หล่อนเป็นใครนราไม่รู้จักหรอก เพราะเล่นแต่ดอทเอซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ WoW เท่านั้น แต่บังเอิญไปเห็นเขาขายอยู่ในอเมซอนยูเค ถูกใจมาก ถ้าได้อ่านเอนทรี่ที่เคยอัพไว้นานแล้วก็คงทราบกันนะคะว่านราเก็บสะสมตุ๊กตาและฟิกเกอร์ที่ชอบไว้พอสมควร อันไหนเก็บเป็นชุดได้ก็เก็บ แต่บางทีไปเจอตัวที่ไม่รู้จักแต่ชอบก็จะซื้อเก็บเหมือนกัน อันนี้เป็นกรณีหลังค่ะ
นราพยายามจะลืมหล่อนไปจากใจแล้ว แต่ว่านอนไม่หลับ อยากด๊ายยย สุดท้ายก็ต้องสนองตัณหาตัวเองด้วยประการฉะนี้ เอิงเอย
.
รูปเต็มตัวค่ะ
ด้านหลังๆ
เธอเป็นเผ่าไนท์เอลฟ์ค่ะ ไม่รู้ใช่ตัวเดียวกับที่เป็นโลโก้หน้ากล่องเวิร์ลด์ออฟวอร์คราฟท์หรือเปล่า หน้าตาดูแข็งกระด้างหน่อยๆ
แม่รู้ละโดนด่าอีกแหง ฮะๆๆ
ตัวนี้สูงยี่สิบเซนต์ค่ะ ไม่เล็กไม่ใหญ่กำลังพอดี
เล็กกว่าบาร์บี้นิดหน่อย
คือนรามีความรู้สึกว่าบาร์บี้มันเหมือนผู้หญิงไฮโซหัวสูง
วันๆไม่ทำอะไร หิ้วกระเป๋าเฉิดฉายไปวันๆ แบบบิวตี้บ่มีสมองอะ
ชอบแบบนี้มากกว่า ดูแข็งแรง เท่ดี
แอบเจ็บใจเล็กน้อย
ในเว็บไซต์ ผมมันเป็นสีฟ้าอมเงินสว่างๆอ่ะ
ไหงของจริงมากมันเป็นสีน้ำเงินเข้มก็ไม่รู้
แอบเซ็ง
ที่เซ็งกว่าก็คือ ตอนซื้อมา มัน 19.xx ปอนด์
ซื้อเสร็จกลับไปดู เหลือ 17.xx ปอนด์
ไอ่ สาด เอ๊ยยย

ว่าจะทำการบ้าน รีวิวและทดลองแต่งตาแบบที่หนูแนนสอนไว้ในบล็อก http://nunanko.blogspot.com (แนนติดต่อจ่ายค่าโฆษณาบล็อกด้วย) แต่มัวถ่ายรูปอลาธีนาเพลินจนลืม ขอยกยอดไปคราวหน้านะคะ

เจอกันคราวหน้าค่ะ

สวัสดี

วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2552

York's National Railway Museum

ไม่สบาย
เมื่อวานไปส่งเพื่อนกลับอเมริกาที่สถานีรถไฟ ขากลับกับเพื่อนคนเยอรมัน พากันเดินหลงอยู่ในเมือง หนาวจะตายห่าน ไอ้เราก็คิดว่ามันเคยเดินมาแล้วต้องรู้ทางแน่ ปรากฏเขาก็จำไม่ได้เหมือนกัน กลับมาถึงห้องตอนตีห้าครึ่ง เช้านี้ตื่นมาไข้รับประทานเล็กน้อย
อัพเดทเรื่องอากาศ ตอนนี้อุ่นขึ้นแล้ว อยู่ที่ประมาณศูนย์ถึงลบหนึ่งองศา(ฝรั่งเขาว่าอุ่นแล้ว) หิมะเริ่มละลายแล้วก็ลื่นมาก เมื่อวานไปเล่นหิมะมา ปั้นอิกลูสองหลัง อิอิ ตอนเล่นน่ะอุ่นเพราะมันต้องเดินต้องออกแรง แต่พอเล่นเสร็จแล้วดันหนาวจับใจเพราะกางเกงเปียก
..................
เมื่อวันจันทร์ไปพิพิธภัณฑ์รถไฟมาค่ะ อยู่ในเมือง
ไปกันสี่คน มีนรา แดน(ผู้ซึ่งเพิ่งกลับเมกาไป) เทเรซ่าสาวสิงคโปร์ และมอริทซ์คนเยอรมัน พิพิธภัณฑ์ใหญ่เหมือนกัน ไม่เสียค่าเข้าชมด้วย แต่เดินจากมหาลัยไปไกลเหมือนกันนะ
พิพิธภัณฑ์รถไฟ ก๊อต้องมีรถไฟสิ
เขารวมหัวรถจักรแบบต่างๆไว้เยอะเลย ตั้งแต่รถไฟเล็กๆที่เอาไว้ใช้ก่อสร้างทางรถไฟ จนถึงรถไฟไอน้ำคันโตๆที่ใช้ตั้งแต่ปี 1680 ถึงปัจจุบัน หัวรถจักรที่ใหญ่ที่สุดอยู่กลางโถงหลัก (ในรูปที่กลางแถวซ้ายมือน่ะ) ไม่แน่ใจว่าใช่คันที่ชื่อ Flying Scotman หรือเปล่านะ มันเป็นรถไฟที่ทำสถิติวิ่งจากสายเหนือไปลอนดอนแบบนอนสตอปด้วยความเร็วสูงเป็นขบวนแรก มีคนมาอธิบายประวัติให้ฟัง ที่สำคัญ มันหมุนได้ หมุนให้คนดูดูทั่วๆ มีคุณป้าคนคุมคันโยกยืนโบกมือเหมือนนางสาวไทยเลย
มีรถไฟปอกเปลือกให้ดูด้วย
อ่านไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก ศัพท์การช่างการรถไฟล้วนๆ แต่ดูๆก็พอจะเข้าใจนะว่าเอาถ่านใส่ตรงไหน ไอน้ำมาจากไหน พุ่งไปไหน เห็นไส้ในรถไฟขดๆยุบยับๆเต็มไปหมดแล้วไม่น่าเชื่อเลยว่าเป็นผลงานคนสร้าง ละเอียดสุดยอด
ชอบอันนี้จัง
มันเป็นเหมือนรถรางม้าลากค่ะ เอาม้าผูกแล้วลากรถนี่ไปตามราง

อันนี้เกี่ยวอะไรกับรถไฟก็ไม่รู้ จำไม่ได้แล้ว แต่น่าจะเป็นรถที่ออกแบบเลียนแบบระบบของรถไฟนะ
เป็นรถไครสเลอร์ ออกมาตีตลาดด้วยจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร น่าจะเป็นตัวถังแบบพิเศษ เนื้อเหล็กพิเศษ ที่นั่งออกแบบใหม่ เฉี่ยวเชียว แต่ขายไม่ออก ฮ่าาา ทำออกมาได้ไม่ถึงสิบปีก็เลิกผลิต นราส่องเข้าไปดูในรถ เห็นป้ายผูกกะพวงมาลัย "โน เบรก"
รถไฟจิ๋วๆๆ น่ารักมาก ทำละเอียดแถมเหมือนด้วย
เด็กเปรตข้างๆ รถไฟมันไม่วิ่ง แม่งทุบตู้กระจกให้รถไฟวิ่ง ฟาย รถไฟนะไม่ใช่ปลาตู้
จากส่วนห้องโถงหลักหรือ main hall ก็เข้ามาดูส่วนโกดังหรือ warehouse กันค่ะ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นโกดังเก็บของ พวกของต่างๆจากรถไฟในอดีตที่เขาโละแล้ว มีตั้งแต่ป้ายสถานีเก่า เก้าอี้ กระจกสี ถ้วยชาม โถไวน์ ไปจนถึงโถส้วมลายดอกไม้ที่ใช้ในรถไฟ
เห็นรูปโต๊ะอาหารในภาพข้างล่างไหมคะ ฮะรูฮะราเหลือเกิน เขาว่ารถไฟอังกฤษได้สร้างชื่อเสียงอันดีเรื่องบริการอาหารบนรถไฟ เพื่อเป็นการบริการผู้โดยสารในยุคนั้นให้เต็มที่ จึงมีการแถมกรรไกรตัดองุ่นจากพวงแล้วก็คีมหนีบถั่วให้ด้วย โอ้ ไฮโซสุดๆ แค่ชามแค่จานบนโต๊ะนั่นก็มากกว่าที่นรามีใช้ที่อังกฤษนี่ตั้งเยอะละ
มีเครื่องพ่นกลิ่นให้เราได้รำลึกความหลังด้วย มีกลิ่นในครัว กลิ่นห้องแต่งตัวสุภาพสตรี ห้องเก็บสินค้า แต่ไปโยกแล้วไม่เห็นได้กลิ่นอะไรเลย
เดินกันนานเหมือนกัน ประมาณสองชั่วโมง นราไม่ค่อยรู้เรื่องเครื่องจักรหรือรถไฟก็เลยจำรายละเอียดอะไรไม่ค่อยได้เท่าไหร่ แต่รู้ว่าคิดถึงป๋ามาก ป๋าน่าจะมาดู ต้องชอบแน่ๆเลย สงสัยจะเดินทั้งวันไม่ยอมออกไปที่อื่นชัวร์
.....................
การบ้าน ก็ยังไม่ถึงไหนเหมือนเดิม
แต่เมื่อวานไปหาหนังสือเพิ่มที่หอสมุดมาแล้ว นราจะพยายามค่ะ แม้มันจะเหนื่อยและน่าเบื่อก็ตาม เทอมหน้าจะงานหนักมากๆ เฮ้อ คิดแล้วเหนื่อยล่วงหน้าเลยเรา
ใกล้คริสต์มาสแล้ว มหาลัยโคตรเงียบ คนกลับบ้านกันหมด
โอ๊ย เหงาโว้ย

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2552

New Laptop with Same Old the Sims 1


เมื่อวานไปย้อมผมมาค่ะ
เพราะผมที่กัดสีและย้อมไว้แต่เก่าก่อนนั้นเริ่มตัดกับสีผมที่งอกออกมาใหม่อย่างชัดเจน
สีเก่า จริงๆแล้วย้อมสีแดงสดใส แต่สีมันไม่เกาะ
แดงอยู่ได้ประมาณสัปดาห์นึง
จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลออกส้มอมทองปนกันมั่ว
นราย้อมสีน้ำตาลประกายเทาทับ ของสวาทช์คอฟ
ที่หน้ากล่องเป็นรูปตุ๊กตาผีสิงตัวละหมื่นนั่นน่ะ
ไม่เห็นจะเทาเลยเนอะ อันที่จริงเหมือนไม่ได้ย้อมใหม่เลย
แค่เข้มขึ้นนิดนึง


เอาล่ะ หลังจากผ่านการตัดสินใจอย่างหนักหน่วง
ต่อสู้ฟาดฟันกับคู่แข่งมากมายทั้งโซนี่ไวโอ้ เดล และแมคบุ๊ค
น้องเอฯ N81 (เอซัส เอซุส ไอ่สาด แล้วแต่ใครจะเรียก) ก็เป็นผู้โชคดีได้รางวัลเดินทางไปอังกฤษกะนราค่ะ
สเปกสูงสมราคา แต่หนักฉิบหาย สองโลหกแหนะ แถมสีน่าเกลียดอีก
แต่ดีนะคะ ใช้ตั้งนานเครื่องไม่ร้อนเท่าไหร่เลย แค่อุ่นๆ
แต่ถ้าเล่นเกมกราฟฟิกสูงๆ อย่างซิมส์สองละก็ ร้อนจี๋เหมือนกัน


นราเลยทำการลองของ ด้วยการเอาซิมส์หนึ่งมาลง
โอ้ว พระเจ้าช่วย อะไรจะปรู๊ดปร๊าดปานนี้
นราลงถึงภาคแปด Makin' Magic ที่มันไปเมืองเวทมนตร์ได้
โอ้ว ไม่ต้องรอโหลดอะ กดปุ่ม นับ 1 2 3 ก็มาแล้ว
มีความสุขมาก



ไม่ได้เล่นตั้งนานแน่ะ คิดถึงเหมือนกันแฮะ
ตั้งแต่รู้จักกับซิมส์สอง และซื้อคอมพีซีเครื่องใหม่ ก็ไม่ได้เล่นอีกเลย
ถ้าเป็นคนคงน้อยใจแย่
พอกลับมาเล่นใหม่ รู้สึกว่าซิมส์หนึ่งมันโง่จัง
ใช้พื้นที่เปลืองแถมมีอะไรขวางหน่อยก็เดินต่อไม่ได้
ตัวคนก็เป็นเหลี่ยมๆ มือก็ติดกันเป็นแผง

สวนข้างบ้านนราเอง
ภาคเวทมนตร์นี่สนุกที่มันจะมีสูตรอาหาร สูตรเวทมนตร์ให้เราผสม
อย่างเช่น เห็ด + เหงื่อคางคก + เนย ก็ได้มนตร์สาปคนเป็นคางคก
ทำให้เกมมีเป้าหมายขึ้นมาหน่อย


ดูเหมือนมีอะไรมากมายให้ทำ
ทั้งเรื่องงาน เรื่องเรียนต่อ
เผลอแป๊บเดียวก็เหลืออีกแค่สองอาทิตย์
ไม่เอา ไม่อยากไปเลย
กระเป๋าเดินทางก็ยังไม่มี ข้าวของยังไม่จัด
ที่สำคัญ ใจมันยังไม่พร้อม
จะเป็นยังไงนะถ้าต้องตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอหน้าใครที่เรารักเลย
อยู่ตัวคนเดียว ป่วยก็ป่วยคนเดียว เหงาคนเดียว
เพราะนรามันเป็นคนดีเกินไปนั่นเอง
ถ้าปฏิเสธไปแต่แรกก็คงหมดเรื่องไปแล้ว
เบื่อจัง แบกรับความหวังของคนอื่น

วันนี้ไปบ้านเติ้ลมาด้วย
เหลือเวลาอยู่ด้วยกันอีกแค่ไม่ครั้ง คิดแล้วก็เศร้าใจ
ถ้าเรากลับมาแล้ว อะไรๆ มันไม่เหมือนเดิม จะเป็นไงน้อ?
ไม่อยากคิดเลย
มีวุฒิปริญญาโท การศึกษาสูง มีอนาคต
จะมีประโยชน์อะไรถ้าต้องอยู่คนเดียว

ปิดท้ายด้วยรวมคอลเล็กชั่นสาวนักรบนมโตของเขาละ


ใครหว่ามาเมนท์ไม่ลงชื่อ แต่คิดว่าน่าจะเป็นอวนนะคะ
นราเห็นด้วยค่ะว่าชุดมวยเท่กว่ามากมาย
นราละโมโหโคตรๆ ตอนที่มีคนมาบังคับให้นราเอาชุดไทยไปด้วย
ใส่แล้วทุเรศมากมาย ตัวเองยังรับไม่ได้เลย
ว่าแต่มีคนแต่งเป็นเมลโลน่าด้วยหรอ ถามจริงอ่ะ กล้านะเนี่ย

หมูหวาน
ขอบคุณเน้อสำหรับกำลังใจ
ขอให้โชคดีกับการทำงานแบงค์น้า

วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2552

Evolution of His Collection



อะไรเอ่ย น่าสงสัย?

จากเมื่อก่อน เล่นต่อหุ่นแบบนี้




(เครดิตภาพจาก winterheim.wordpress.com)

...แล้วก็เปลี่ยนมาสะสมแบบนี้...

(เครดิตภาพจาก 3.bp.blogspot.com)


...และกลายมาเป็น...


!?!?
(แอร๊ยยย ทำไมมันฉีกแนวอย่างนี้)

เฉลย แฟนนราเอง

อดสงสัยมิได้ ว่าทำไมเสื้อผ้าของตุ๊กตุ่นที่เฮียเล่น

ถึงได้น้อยชิ้นลงเรื่อยๆ - -"

หุ่นยนต์หุ้มเกราะ >> นักรบใส่เกราะ >> สาวน้อยนักรบนมโต

(แต่เขาก็ยืนยันว่าเขามิใช่โอตาคุ)

แต่เอาเหอะ ด้วยความที่มันน่าร้ากมากๆ

แถมถ่ายรูปออกมาแล้วก็สวยเซ็กซี่สุดๆ

นราก็เลยอริ๊งอร๊างไปด้วยอีกคน



ตัวนี้ชื่อเมลโลว์น่า จากเรื่อง Queen's Blade
การ์ตูนที่นราไม่รู้จัก ไม่เคยดู และไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน
คุณแฟนไปรู้จักมาจากไหนก็ไม่รู้ มันน่าสงสัยมะ?
เสียดาย ถ่ายได้แค่มุมนี้มุมเดียว
ถ้าถ่ายอีกมุมเด็ด รับรอง กบว. ตามมาบล็อคบล็อก (Block Blog) นราแหง
มันเป็นตุ๊กตุ่นสำหรับผู้ใหญ่ค่ะ มีเขียนไว้ข้างกล่องว่า 18+
ดังนั้น มันก็เลยถอดเสื้อผ้า (ที่มีน้อยอยู่แล้ว) ได้เกือบหมดทั้งตัว
แถมข้างในก็ทำซะเหมือนเชียว ย้ำว่า เหมือน ของ จริง มั่ก
(และเจ้าของก็ยังยืนยันว่า ผมมิใจ้โอตาคุ จริงๆนะ)


เปลี่ยนจากเนื้อๆ นมๆ
มาเป็นหนูแมวน้อยกันดีกว่า
ห่างหายไปนาน ตอนนี้หนูๆทั้งหลายกำลังโต กำลังซน
เป็นแมวน้อยจอมซ่ากันหมดแล้ว
ด้วยความที่เป็นลูกผสมกับแมวไทย ขนเลยสั้น
แต่ขนนุ้ม นุ่ม ตัวนิ้ม นิ่ม



ส่วนเรื่องเรียนต่อ ก็เตรียมของได้เยอะแล้วเหมือนกัน
สิริรวมค่าเสื้อผ้า หมดไปแล้วหมื่นสี่
ไม่ต้องตกใจไป ในจำนวนนั้นมีค่ากล้องสี่พันสามด้วย
โคตรเปลือง นี่ถ้าให้ไปเองคงต้องขายบ้านขายนาแหงๆ
ขอบคุณหนูแนนมากค่ะที่เอาถุงสุญญากาศมาให้จากญี่ปุ่น

สุดท้ายแล้วนราก็ได้เสื้อแจ็กเก็ตกันฝนสมใจ
ขอตั้งชื่อว่า "แจ็คเก็ตถุงขยะ"
โคตรเหมือนของโคตรเหมือน ฮ่าาา
แปลกดีตรงที่ว่า มีผ้าพลาสติกชั้นนอก กับผ้ามันซับในแค่นี้
พอใส่แล้วอุ่นจังแฮะ



แล้วก็บรรดาเสื้อคอเต่าที่ถล่มซื้อมามากมาย
ใส่แล้วอึดอัดชะมัดยาด
หายใจไม่ออก
สามตัวนี้ไปเจอที่เซ็นทรัลลาดพร้าวกับเติ้ลมาค่ะ
ผ้านุ่มดี ตัวละร้อยหกเก้า ก็โอเคนะ
วันนี้นราไปซื้อเสื้อยืดมาอีกเจ็ดหน่วยด้วย



คิดแล้วก็เศร้าจังเลย
จะต้องไปแล้วจริงๆเหรอเนี่ย
ยังไม่พร้อมเลย อะไรๆก็ยังไม่มี
ไม่อยากไปเลย เฮ้อ

เพื่อนคนที่ไปล่วงหน้าบอกว่า ร้องไห้มาสองสัปดาห์แล้ว
นราเลยบอก ว้าย เชยจังเลย
ฉันร้องมาตั้งแต่สามเดือนที่แล้วย่ะ ฮะเหย ฮะเหย
(ยังจะมาภาคภูมิใจอีก)

ส่วนเรื่องชุดประจำชาติ
นรากำลังคิดว่า จะเอาเสื้อกล้ามสกรีนลายกระทิงแดง
กับกางเกงมวยไปสองตัว จบ ดีไหมคะ?
ทำไมต้องชุดสไบกรีดกราย? ทำไมต้องชุดร.ห้าฟูฟ่อง?
คนเรามันต้องฉีกแนว!
Creative แบบนี้ ม.กรุงเทพต้องภูมิใจใจตัวนราแน่ๆ
ฮ่า ฮ่า




วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2552

Shopping: Day 1


สวัสดีค่ะ แวะมาอัพเดทข่าวคราวการเตรียมตัวไปอังกฤษนิดนึง
วันนี้ไปเดินซื้อเสื้อผ้าที่สยามและมาบุญครองมากับเติ้ล
แต่ก่อนอื่น ภูมิใจนำเสนอมากเลย
พวงกุญแจเฟลิเซีย จากดาร์กสตอล์กเกอร์ ที่ซื้อมาจากเกาะเกร็ดเมื่อวาน
ฮิ ฮิ น่ารักชะมัดเลย
จริงๆมีโดโนแวนกับมอร์ริแกนด้วย แต่สีมันเลอะๆ เลยไม่ซื้อ
Hellooo! Just a quick update about how I prepared my stuff for the UK
I went to buy some clothes at Siam and MBK with my boyfriend.
But first thing first, I just wanna show you my favourite stuff at the moment:
Felicia, from Darkstalker, keychain, bought at Kret Island yesterday!
Hehe, she is cute, isn't she? :D
There were also Donovan and Morrrigan, but the colourwork was not so good, so I just left them there. What a shame!


ไม่น่าเชื่อว่าการซื้อเสื้อผ้าสำหรับเดินทางนี่มันยากเย็นขนาดนี้
ไอ้เราอุตส่าห์ทำรายการไว้แล้ว ว่าต้องซื้ออะไรบ้าง งบเท่าไหร่ๆ
แต่พอไปถึง กลับไม่รู้จะซื้ออะไรก่อนซะยังงั้น ฮ่วย
Can't believe that buying clothes will be this difficult!
Though I have made a list of what I will have to buy and its budget,
I just didn't know what to buy first!
............................

เอาล่ะ ไปร้านรองเท้าก่อนก็แล้วกัน
ได้รับคำแนะนำจากเพื่อนๆ และอาจารย์ผู้ใหญ่หลายท่านว่า
ให้ซื้อรองเท้าแบบที่เป็นหนังไป
เพราะอังกฤษฝนตกบ่อยมาก ถ้าใส่ผ้าใบมันจะชื้น แล้วเราก็จะป่วยตาย
รองเท้าหนังนี่ก็แพงได้ใจเหลือเกิน ไม่สงสารกันบ้างเลย
Well, maybe I should hit the shoes shop first.
Got loads of advice from friends and teachers that I should buy leather shoes, since it rains quite often in England. If not, your shoes will get soaked very easily, and then you could be sick to death.
However, the leather shoes are crazily expensive! Damn...

ไปสะดุดตาคอนเวิร์ส แจ็ค เพอร์เซล คลาสสิกสีเขียวทหารคู่นึงเข้า
ช้อบ ชอบ เท่ดี
ปรากฏตอนลอง ยัดตีนไม่เข้า อายเหลือเกิน ต้องคอยประจานตัวเองบอกชาวบ้านว่าดีชั้นตีนใหญ่มากค่าาา ไปเอาเรือ เอ๊ย รองเท้าที่ใหญ่กว่านี้มาให้ดีชั้นหน่อย
เบอร์แปดใส่แล้วขัดๆ เบอร์สิบก็หลวมโพรก ส่วนเบอร์เก้าไม่มี...หมดแย้ว
เลือกอยู่นานมากระหว่างคู่นี้กับคู่หุ้มข้อหนังสีดำ
สุดท้ายก็ตกลงปลงใจกับคอนเวิร์สคู่นี้ เบอร์แปดนั่นแหละ คับหน่อยช่างแม่งเดี๋ยวก็ยืดเองแหละ
I saw one cool military green Converse Jack Purcell I really fancied.
But when I tried to put my feet in it, I just CAN'T! That was so embarrassing, telling the shop owners that my foot are extremely gigantic and I need bigger shoes to put them in.
Size 8 was a little bit too fit, while size 10 was way too big. As for Size 9: not available.
I spent quite some times making my choice between this one and the ankle-high one.
Finally I bought this green one, yes, size 8. I hope it will fit me better as time goes.


ต่อมาก็ใช้เวลาประมาณสี่สิบห้านาทีคร่ำครวญเลือกเสื้อหนาว
โอ๊ย ทรมานใจอย่างแรง
คือนราเนี่ย แวะเวียนไปดูตามร้านที่มาบุญครองหลายรอบแล้ว
และก็ถูกใจเสื้อหนาวตัวหนึ่ง เป็นสีม่วงเงาๆ แรดดีมาก
แต่วันนี้พอจะไปซื้อ ไปเจอตัวสีดำทรงตรงเข้า ราคาถูกกว่ากันตั้งพัน แถมหนากว่า
"อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน" มาก
แต่สุดท้ายเราต้องเล็งเห็นผลประโยชน์ที่จะได้เป็นสำคัญ เลยตัดใจซื้อสีดำมา ฮือๆ
I spend another forty-five minutes mourning over two jackets.
Actually, I already had my eyes on one jacket I found while walking around and window shopping. It was shiny violet and SO bitchy!
But when I went there to buy, I found this black jacket which was a thousand Baht cheaper and thicker, too.
I really wanted to have both of them.
But all in all, utility must come before appearance, so I finally bought the black one. *sob*

สรุป เดินครึ่งวันได้ของมาสองอย่าง เจริญ
ก็เลือกอย่างละเป็นชาติ
แต่คิดว่าสาเหตุหลักเป็นเพราะไม่แน่ใจว่า ของที่เราซื้อมันจะใช้ได้หรือเปล่า
อย่างถุงมือเงี้ย เกิดซื้อไปแล้วมันไม่อุ่น เจอหิมะปุ๊บซึมแพรดเข้าถึงเนื้อใน จะทำไง
แต่เอาเถอะ อย่างน้อยก็ถือว่าก้าวหน้าไปบ้างแล้ว ถือว่าได้เริ่มเตรียมการแล้วก็ละกัน เฮ้อ
ขากลับแวะซื้อถุงเท้ามาห้าคู่
เอาไว้ศุกร์หน้า (ลางานไว้แล้ว) ค่อยไปเดินใหม่ คราวนี้จะตั้งสติดีๆ แล้วซื้อให้เยอะๆเลย
Alas, I got only a jacket and a pair of shoes after walking around in MBK for half a day.
Not so surprising since I spent an age making decisions.
I guess my main problem was that I wasn't sure if what I buy will be suitable for the UK, for example, gloves. How could I know if it will be warm enough in winter time and does not let snow in?
but then, at least I made a small progress, preparing myself. *sigh*
Bought five pairs of socks on my way back home
I'll wait until next Friday (already taken leave) and do shopping again. This time I will have my mind set and I'll buy loads!
.
.
.
I'm missing my family and my Love already...

วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

Zodiacs: Beauty within Beasts


ย้าฮู ยี้ฮา
ในที่สุด โปรแกรมสัมมนาของกลุ่มเม็กซิโกก็จบลงแล้วค่ะ
หลังจากที่เครียดจนหน้าอ้วนเรื่องจัดตาราง เงิน และประสานงาน
หลังจากที่คอยตามดูแลหนุ่มๆสาวๆกลุ่มนี้มาเกือบสี่สัปดาห์
ไขว่คว้าหาของที่ท่านๆต้องการมาให้ โทรตามรถ พาไปซื้อของ
พาไปหาหมอ ไปเยี่ยมตาคาร์ลอสที่โรงพยาบาล
นราก็เป็นอิสระเสรีแล้ววว
(อันที่จริงก็ยังไม่เสรีซะทีเดียวหรอก ยังเหลือเอกสารกองบานเบอะ
รอเคลียร์เข้าแฟ้มและสรุปรายงานอีกมากมาย)


นี่ถ่ายหลังรับประกาศนียบัตรปิดโครงการ
อาจจะคุ้นๆกันว่าเคยเห็นซีนแบบนี้ที่ไหน
ก็ตอนที่นรารับญี่ปุ่นไงคะ ฮ่าๆ
ชุดเดียวกันนี้เลย เปลี่ยนแต่คนใส่ชุด
พวกผู้ชายตัวโต ใส่แล้วดูสง่าดีค่ะ
...........................

วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่นราต้องไปขากถุยที่ IOM
สามวันแห่งการทรมานกะบังลม ปอด และคอหอยผ่านไปเสียที
ไอจนเสียงเริ่มๆจะแหบแห้ง
แต่ก็รู้สึกสงสารเจ้าหน้าที่ที่ต้องคอยตรวจเสมหะจริงๆ
ชาตินี้เขาคงไม่กินเต้าส่วนอีกเลยละมั้ง
...........................

อย่างที่นราเคยบอกไว้ในบล็อกก่อนนู้นนน
ว่านราสะสมตุ๊กตุ่น ชุก Zodiac ของ McFarlane
ที่พอสะสมได้สองตัว มันก็เลิกเอามาขายในไทยซะฉิบ
แต่ตอนนี้มีครบสี่ตัวของล็อทแรกแล้วค่ะ
ราศีมีน - เมษ - พฤษภ - กรกฎ
ต้องขอบคุณคุณหมูที่รัก ที่ช่วยกันตามหาจนเจอ
มีสี่จากสิบสอง ก็ดีกว่ามีแค่สองเนอะคะ

อันที่จริงนราไปเจอล็อทสอง ราศีสิงห์ - กันย์ - ตุล - พฤศจิ
ขายในเว็บของญี่ปุ่น
ก็แอบหวังเล็กๆว่าใครบางคนที่อยู่แถวนั้น
จะหอบหิ้วมาเป็นของฝากอ่ะนะ เฮ้อออ อยากได้จังเยยยย

The Taurus คุณวัว ราศีพฤษภค่ะ
ซ้วยสวย ลายเส้นกล้ามเนื้อชัดเจน
ดูแข็งแรงสมชายดี มีค้อนยักษ์ดุ้ย


ถอดหน้ากากได้ด้วยล่ะ
เห็นความละเอียดของริ้วรอยบนหน้าคุณวัวไหม


ปล. คุณวัวไม่ใส่กุงเกงในแหละ

นี่ The Aries ค่ะ คุณ..อ่า...คุณอะไรอ่ะ แพะเหรอ? หรือแกะ
นรากรี๊ดมากตัวนี้
เห็นในหน้าเว็บของแมคฟาร์เลนก็อริ๊งอร๊างขึ้นมาทันที
ประมาณว่า ตัวนี้ฉันต้องได้
โอ๊ยย อาวุธสวยบาดใจมากค่ะ


หลายๆคนอาจจะไม่เข้าใจรสนิยมของนรา
ไม่เป็นไรค่ะ เข้าใจๆ
คือนราชอบอะไรแนวนี้อยู่แล้ว
ชอบอะไรที่มีรายละเอียดแปลกใหม่ การออกแบบแหวกแนว
เหนือจินตนาการแนวสยอง อะไรทำนองนี้
อย่าเข้าใจผิดว่านราเป็นคนโหดร้ายอำมหิตนะคะ

ในทุกความอัปลักษณ์หรือรูปลักษณ์สยองขวัญ
มีความงามซุกซ่อนอยู่ค่ะ
ไม่เชื่อ ลองดูช่วงโค้งของอาวุธคุณแพะ
ดูดีๆมันก็บอบบางอ่อนช้อยอยู่นะ
หรือรายละเอียดบนนิ้วมือของคุณวัว
นรานั่งดูได้เรื่อยๆเลยแหละ

รวมภาพครอบครัวตัวประหลาดค่ะ
น้องหนอน The Gemini ดูจิ๊ดจิ๋วไปเลย


ใบตองคะ
ในที่สุดนราก็รอดพ้นจากขากถุยมาราธอนมาได้ค่ะ
วันที่สองทรมานสุด เพราะคอยังน่วมจากวันแรกอยู่
กว่าจะขากถุยได้ตามที่เขาต้องการ แทบตาย

ปัด
ขอโทษนะที่ไปงานรับปริญญาไม่ได้
วันเสาร์ ถึงแม้เด็กเม็กฯจะไปหมดแล้ว
นราก็ยังต้องประชุมสรุปโครงการท้างงงวันอยู่ดี
ยินดีด้วยนะคะ

หมูหวาน
อืม ตรวจสุขภาพสนุ้กสนุก
ว่างๆลองมาตรวจเล่นซิ
แล้วจะได้รู้ว่าไอจนปอดหลุดเนี่ย มันมีจริง!

แนนโกะ
นราคิดว่า ไปตรวจปอดนี่
จะต้องโดนถลกนมแบบแนนซะอีก ฮ่าๆ
เป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมนะคะ

ปิดท้ายด้วยหนูไนท์ตากลมดิ๊กและคุณวัวในกล่องค่ะ


วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

Dear Passport

ช่วยด้วย
มดเข้าไปทำรังในโน้ทบุ๊กง่ะ
เดินสวนสนามกันตั้งแต่เช้าแล้ว
เอาไดรเป่าผมเป่าแล้ว ไม่รู้จะได้ผลไหม
.......................

วันนี้ไปทำพาสปอร์ตใหม่กับปาป๊ามาค่ะ
ที่สำนักงานหนังสือเดินทาง เซ็นทรัลซิตี้บางนา ชั้นบีหนึ่ง
ไปถึงก็เกือบเที่ยงแล้ว
กว่าจะวนหาที่จอด กว่าจะเดินหาสำนักงาน
ที่อยู่ในเขตลึกลับประหนึ่งเมืองลับแลเจอ ก็เที่ยงพอดี
พอไปถึงปั๊บก็เจอแบบนี้


สำนักงานหนังสือเดินทางหรือสถานีรถไฟหัวลำโพงฟะเนี่ย
นี่ยังดีนะไม่มีคนลงไปนั่งที่พื้น ไม่งั้นละใช่เลย
คนแน่นมากๆ นราได้คิวที่เจ็ดร้อยกว่าๆ
ตอนรับบัตรคิว วัดส่วนสูง กรอกเอกสารเรียบร้อย
คิวยังแหง็กอยู่ที่ห้าร้อยยี่สิบอยู่เลย

ใครที่จะไปทำพาสปอร์ตนะคะ
กรุณาเตรียมบัตรประชาชน และพาสปอร์ตเล่มเก่าไปด้วยถ้ามี
เพราะตอนนี้เขายกเลิกการต่ออายุแล้ว
ทำใหม่อย่างเดียวเท่านั้นค่ะ
และที่สำคัญ อย่าลืมปากกา สำคัญมากๆ
ถ้าไม่อยากไปเบียดเสียดแย่งปากกากันใช้กับคนอื่น
ที่สำนักงานก็มีปากกาขาย แต่แท่งละตั้งสิบบาท
(ที่เราก็ซื้อ เพราะตัวเองก็ไม่ได้เอาปากกาไป แฮะๆ)
มีบริการถ่ายเอกสารด้วย แต่นราว่าเพื่อความสะดวกสบาย
ทำไปให้พร้อมดีกว่าค่ะ

ถ่ายกับปาป๊าระหว่างนั่งรอ เบื๊อเบื่อ
ใส่สีชมพูมา เพราะหนูแนนบอกว่าสีขาวถ่ายออกมาแล้วไม่สวย


นั่งรอนานมาก คุยกันจนไม่มีเรื่องอะไรจะคุยแล้ว
ง่วง แต่จะงีบก็ไม่ได้ เพราะเดี๋ยวเค้าเรียกแล้วเราไม่ได้ยินจะซวยเอา
คนเยอะมาก แล้วเก้าอี้มันเป็นแบบม้านั่งแถวยาวๆ
ก็ไม่รู้เป็นอะไรกัน นั่งแต่ตรงริมๆ ไม่ยอมเขยิบเข้าไป
คนอื่นจะเข้าก็เข้าไม่ได้ ต้องคืบข้างเข้าไปแบบปู เหมือนตอนจะลุกไปเข้าห้องน้ำตอนดูหนัง

เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง แล้วก็สองชั่วโมง
โคตรทรมาน
หนังสือก็ไม่มีอ่าน เอ็มพีสามก็ไม่ได้เอามา
นั่งมองหมายเลขบัตรคิวสีแดงๆ มันกระพริบเลื่อนไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย
จะมีเจ้าหน้าที่จะออกมาขานหมายเลข เรียกให้เข้าไปนั่งรอในอีกห้อง
แล้วไอ้เลขแดงๆ นั่น มันก็เป็นคิวของคนที่ได้เข้าไปในห้องนั้นแล้ว
ไม่ใช่ของคนที่นั่งรอข้างนอก
แล้วมรึงจะเอามาติดไว้ข้างนอกให้คนเขางงทำไมวุ้ย

อุ๊ย ถึงคิวนราแล้ว
นราผุดลุกว่องไว
กระบวนการถ่ายรูป สแกนลายนิ้วชี้ซ้ายขวา และตรวจสอบเอกสาร
เสร็จในสิบห้านาที
รู้สึกเหมือนไม่คุ้มอย่างแรง นั่งรอตั้งนานแน่ะ
แต่คนโต๊ะข้างๆ น่าสงสารกว่า
ทะเบียนบ้านเขามีปัญหาอะไรสักอย่าง
เจ้าหน้าที่บอกให้ไปเอาสำเนาทะเบียนบ้านอันเก่ามาด้วย
แล้วให้มาทำใหม่วันหลัง
....................
นราพูดแทนให้
"ฮื้ออออ เอาสองชั่วโมงของกรูคืนม้าาา"

ค่าทำพาสปอร์ต หนึ่งพันบาทถ้วน
ถ้าไม่อยากมารับที่สำนักงานเอง เขาก็จะส่งให้ทางไปรษณีย์
เพิ่มอีกสามสิบห้าบาทค่ะ ได้ในห้าถึงเจ็ดวัน
ให้บอกที่เคาน์เตอร์ตอนรับบัตรคิว
เขาจะให้แบบฟอร์มมากรอกที่อยู่จัดส่ง

บ๊ายบายคุณพาสปอร์ตเล่มเก่า
โดนแต๊มแคนเซิ่ลซะแล้ว


ขอบอกว่าหิวมาก มากกก
ลากปาป๊าไปกินฟูจิ เพราะตอนนั้นยังไม่บ่ายสาม
ถ้าสั่งอาหารชุดจะได้ชาหรือกาแฟเย็นหนึ่งแก้ว กับผลไม้ฟรี
หน้าร้านเขามีตู้ใส่ตุ๊กตา น่ารักมาก
อันนี้เป็นสิบสองนักษัตรมั้ง


อุ๊ยๆ นราชอบอันนี้ค่ะ
เหมือนเป็นเจ้าหญิงเจ้าชายแมว ใช่อ๊ะเปล่า
มันมีสำรับอาหารอันเล็กๆ น่ารักตั้งอยู่ด้วย
อยากเก็บสะสมแบบนี้มั่งจังเลย



พอพูดถึงแมว ก็เลยนึกขึ้นได้
เวลาไปออกรายการทีวี เค้าก็ชอบเอาพวกภาพตอนเด็กๆ ของดารามาให้ดูใช่มะคะ
นราเอาของแมวนรามาอวดล่ะกัน
...........................

น้องจืด (ชื่อเดิมคือยาคูลท์ แต่ไม่มีใครเรียก) ตอนอายุได้ไม่กี่สัปดาห์


และ
.
.
.
น้องจืด ณ ปัจจุบัน อายุขวบครึ่ง
อวบอั๋น เอ๊าะๆ
โดนลวนลาม ขยำขยี้ทุกวัน
เพราะเนื้อมันเหนียว หนืด นุ่ม วุ้ย มันเขี้ยว


อันนี้ไม่ใช่แมวเรา แต่ก็ยังอยากจะอวด ฮ่าาา
เป็นน้องแมวที่บ้านเติ้ลค่ะ
ตอนนี้โตกันหมดแล้ว แต่ตอนเล็กๆ น่ารักม้ากกก


ตอนนี้มีตัวนึงกำลังท้องอยู่
นราก็รอลุ้น (เหมือนเป็นแมวตัวเอง) ว่าลูกแมวจะออกมาเป็นยังไง
ตื่นเต้นๆ อยากเล่นลูกแมวแล้ว
..............................

หมู้ว
แหม ตื่นเช้ามาทำอะไรน่ะ
รู้นะๆ
ว่าแต่ลืมสามห้าสามห้าของอุ้ยรึเปล่า อิอิ
แล้วถ้าจับหนอนมาใส่เค้า
เค้าจะเอาแมงสาบใส่ไว้ในผ้าเช็ดตัวของเติ้ล คอยดู๊

หนูแนน
นราก็เคยเลี้ยงหนอนอ้วนนะคะ ตอนม.ต้น
ไม่รู้แนนจำได้ป่าว นราเคยเอาไปโรงเรียนด้วย
แต่ไม่รู้มากลัวตั้งแต่ตอนไหน
เอ๊ะ ไม่ได้กลัวสิ แค่ไม่ชอบ ฮึๆ

หมูหวาน
ทำไมอ่ะ เค้กเกาหลีแพงเหรอ
อย่าไปสนใจจิ
คติของเราคืออะไรลืมแล้วเหรอ
"กระเป๋าแหกดีกว่าไม่ได้กิน"
ฮ่าๆๆๆ

วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

Ayo Koreans!

เฮ้อ เข้าเดือนพฤษภาแล้ว
เวลาก็ลดหายไปอีกหนึ่งเดือน
แต่เดือนนี้เป็นเดือนพิเศษ (ของใครกันน้า)
อย่างน้อยก็มีอะไรให้ตั้งตาคอย

วันนี้นราเบี้ยวงานค่ะ
ไม่เชิงหรอก คือลาป่วยน่ะ ไม่ฉะบายยย งิวๆ
เมื่อวานเวียนหัว ปวดเฮดมาก วันนี้ก็ปวดเมื่อยเนื้อตัว เพลียไปหมด
หวังว่าคงจะไม่ใช่ไข้หวัดหมูหรอกนะ

เมื่อวานลงไปช่วยต้อนรับนักศึกษาชาวเกาหลีนิดหน่อย
เกิดความผิดพลาดทางเทคนิกเล็กน้อย
นราเลยต้องวิ่งวุ่นตามหาทั่วมหาลัย ว่าเขาอยู่ตรงไหนกัน
กว่าจะเจอก็เหงื่อแตก คลื่นไส้
แล้วเสื้อสูทมหาลัยที่ใส่น่ะมันบางที่ไหนกัน

นักศึกษาพวกนี้มาจาก Inje University มั้งนะ
คืออ่านไม่ออกอ่ะ
มากันราวๆ ยี่สิบคน มีอยู่คนพูดอังกฤษเก่งมาก แปลกใจนิดหน่อย
เพราะตอนเด็กญี่ปุ่น เว้ากันบ่ได้เล้ยนาย
คนเกาหลี แม้แต่หนุ่มๆ ก็ผิวขาว เนียน ละเอียดมากเลย
นี่ละมั้งอย่างหนึ่งที่เราเลียนแบบไม่ได้


ดูเหมือนอีตาหมวกแดงนี่ จะชอบน้องที่มาช่วยงาน
เดินไม่ห่างเลย คุยอยู่คนเดียวนี่แหละ
ไอ้ตอนจะกลับก็ส่งยิ้มหวานลงมาจากรถบัส
โบกมือแล้วโบกมือเล่า
เค้าว่าสาวไทยคมสวย สวยธรรมชาติ ไม่ผ่านมีดหมอ
..........................

แล้วทำไมไม่มีใครสนใจชั้นเลย
ทั้งๆที่ชั้นก็สวยแบบธรรมชาติที่สุดแท้ๆ
ธรรมชาติกลั่นแกล้งอ่ะนะ

ถ่ายรูปหมู่กันหน้าอาคารเก้า
เห็นนราไหมๆ อยู่ริมขวาสุดเลย ขาใหญ่ๆ นั่นไง
(ยิ่งถ่ายยิ่งเซ็งกล้องน้องโมฯ อย่าให้มีเงินนะจะไปซื้อกล้องของตัวเองซะเลย)


ตอนที่นราลงมาช่วย เขาก็เดินทัวร์มหาลัยกันได้สักพักแล้ว
นรามายิ้มๆ คุยๆ กับเด็กเกาหลีได้แป๊บเดียว เขาก็กลับกัน
แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็พลันเกิดขึ้น!


คนเกาหลีไม่รักชีวิต!!!
คือเฮียแกอยากได้รูปนักศึกษาหน้าป้ายม.กรุงเทพ
ก็บอกให้เด็กไปยืนๆนั่งๆริมฟุตบาท
ส่วนตัวเองก็ออกไปยืนกำกับอยู่กลางถนน
ไอ้ที่เห็นนี่ยังไม่เท่าไหร่ สักพักสิแกออกไปหาโฟกัสถ่ายรูป
ลงไปนั่งยองๆ กลางถนนเลยจริงๆ
รถโฉบหน้าเฉี่ยวหลังชวนตายมาก


ดูสิ ความพยายามในการถ่ายรูป
ตรงนั้นคือสี่แยกท่าเรือนะน่ะ
รถเยอะจะตาย มาเร็วด้วย

อายุนราสั้นไปอีกปีนึงแล้วเหวย
ตกใจ กรามแข็ง พูดไรไม่ออก
จะบอกให้เขาระวัง เหยิบเข้ามาหน่อยก็ลิ้นเป็นอัมพาตไปแล้ว
รถแบบหักเลี้ยวเกาหลีผู้กล้าหาญกันอุตลุด
เขาคิดว่าบ้านเมืองเราใช้เกวียนกันหรือไง
หรือการจราจรเกาหลีมันแสนจะเฟรนด์ลี่ ลั้นลา ปลอดภัย
หมูหวานช่วยไขข้อข้องใจนี้ที
..................................

พอเขากลับไปหมด นราก็กลับขึ้นมาทำงานต่อ
อาจารย์แบ่งของที่ระลึกที่เขาแจกมาให้นราสองชิ้น
ตอนแรกคิดว่าคงเป็นพวงกุญแจ ของระลึกยอดนิยม
แต่ว่า...แต่ว่ามัน...
มันคือแฮนดี้ไดรฟ์ของแอลจี! แปดกิ๊กแน่ะ แปดดดดดด
(ถ่ายกับบอนนี่ บี. ฮู้ด จากดาร์กสตอล์กเกอร์สอีกแล้ว)


ไชโยยยยยย บันซายยยยย
ฮารางเซโย เอ๊ะ หรือซารางเฮโย พูดไม่เคยถูกซักที
ไอ เลิฟ เกาหลีที่ซู้ดดดด
กำลังอยากได้อยู่พอดีเลย โชคดีจัง

ในขณะที่อีกชิ้นนึงเป็นไอ้นี่
ดูเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร
เหมือนเป็นแท่นไม้ที่เสียบแผ่นไม้สลักนี่ลงไป
มันคืออะไร?
ใครรู้ช่วยบอกเป็นวิทยาทานที


ทำงานไม่ค่อยสนุกเลย
มันเวียนหัว วึ้งๆ เหมือนตั้งหัวไม่อยู่
กลางวันไปทานข้าวกับพี่ๆที่ออฟฟิศ
ที่ร้านเล็กๆ หน้ามหาลัย
วันนี้ทานสเต็กกันค่ะ

ชาแตงโม
หอมดีนะ รสชาติแปลกๆ
คิดว่าคงไม่ใช่แตงโมจริงๆ อาจเป็นแตงสังเคราะห์
ค่าความแปลก แก้วละสามสิบบาท


สเต็กที่นี่ราคาพอรับได้ ประมาณสี่สิบถึงร้อยบาท
แล้วแต่ว่าสั่งเนื้ออะไร ส่วนไหน
จานนี้ของคนอื่นเค้า
สาระแนไปถ่ายของเค้ามา ฮิ ฮิ
ทีโบนพริกไทยดำมั้งนะคะ
ทานคู่สลัดข้าวโพดและมันฝรั่งทอด


จานนี้ของนราเอง
สเต็กหมูชุบเกล็ดขนมปัง ซอสพริกไทยทำ
แหว่งไปนิดหน่อย
เพราะกินไปแล้วดันนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ถ่ายรูป
ดูดีๆ จะเห็นส้อมกับมีดเขลอะๆ ด้วยนะ
จานนี้สนนราคาอยู่ที่เจ็ดสิบ
รอเป็นชาติเลย


หมู้ว
มาเม้นท์ใหม่อีกทีนะ นะๆ
อย่าเพิ่งงอนเจ่ะ

หนูแนน
นรารู้จักหิว แจกมันของแนนจากเรื่อง Sword Fish ละมั้ง
เห็นแล้วปิ๊งเลยว่าผู้ชายคนนี้เซ็กซี่มาก
เห็นแฟนนราบอกว่าคุณหิวแกติดหนึ่งในห้าสิบหนุ่มหล่อของโลกด้วยหละ
แผลรถล้มหายไวๆนะ

หมูหวาน
ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะ
นราก็คงต้องทนให้ได้แหละ
ร้องไห้เป็นเผาเต่าไป อะไรมันก็ไม่เปลี่ยนเนอะ
หน้าเป็นผักดองกิมจิอะยางงง
ตอนนี้ฉันอยากกินกิมจิจังเลยอะ

ปัด
ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆเช่นกันค่ะ
นรานะอยากเจอเพื่อนๆเหมือนกัน
เห็นรูปวันที่เลี้ยงส่งหมูหวานแล้วก็เสียดาย
นราเลิกงานตั้งห้าโมง ไม่มีใครเขาอยู่รอหรอกมั้ง
ตอนนราจะไป จะมีใครไปเลี้ยง ไปส่งอย่างนี้มั่งมั้ยนะ
กระซิกๆ